
“พาณิชย์” ดีลข้าวโพดสหรัฐ 1 ล้านตัน เสริมซัพพลายอาหารสัตว์ โบรกแนะเก็บ CPF-GFPT-BTG-TFG
กระทรวงพาณิชย์นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ 1 ล้านตัน เพื่อเสริมความมั่นคงซัพพลายอาหารสัตว์ หลังความต้องการใช้ในประเทศสูงกว่าผลผลิต พร้อมเพิ่มทางเลือกวัตถุดิบและลดความเสี่ยงขาดแคลน หนุนต้นทุนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีเสถียรภาพ บวกต่อกลุ่ม CPF, GFPT, BTG และ TFG
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงกรณีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา จำนวน 1 ล้านตัน ว่าเป็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯ เพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานอาหาร และเพิ่มทางเลือกแหล่งวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
ทั้งนี้ การลงนามความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม โดยมีภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ของไทย ทั้งเพื่อบริโภคภายในประเทศและเพื่อการส่งออก
กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 9 ล้านตันต่อปี ขณะที่ผลผลิตในประเทศอยู่ที่ราว 5 ล้านตัน ทำให้ยังมีความต้องการส่วนเกินอีกราว 4 ล้านตัน จึงจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศและใช้วัตถุดิบทดแทน เพื่อรองรับความต้องการที่ไม่เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม การนำเข้าอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวด โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องรับซื้อผลผลิตในประเทศให้ครบก่อน รวมถึงมีมาตรการด้านราคาในพื้นที่ผลิตสำคัญ และกำหนดราคาขั้นต่ำเพื่อรักษาเสถียรภาพรายได้เกษตรกร
ขณะเดียวกัน การนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านต้องเป็นไปตามมาตรการ “ปลอดการเผา” ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 โดยต้องมีการขึ้นทะเบียน แสดงใบรับรอง และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อสนับสนุนนโยบายแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่งผลให้แนวโน้มนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านลดลง
นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบทดแทน เช่น ข้าวสาลีและกากถั่วเหลือง ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ภาคเอกชนต้องเพิ่มทางเลือกแหล่งนำเข้าใหม่ รวมถึงสหรัฐฯ เพื่อป้องกันความเสี่ยงวัตถุดิบขาดแคลน และรักษาเสถียรภาพห่วงโซ่อุปทานอาหารสัตว์
สำหรับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นผู้กำกับดูแลการนำเข้า มีการประเมินความเสี่ยงศัตรูพืช จัดทำพิธีสารร่วมกับประเทศคู่ค้า และตรวจสอบสินค้าทุกล็อตอย่างเข้มงวด ณ ด่านตรวจพืช เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศและภาคเกษตรไทย
ทั้งนี้ การนำเข้าเกินโควตา 1 ล้านตัน จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 72% พร้อมค่าธรรมเนียมนำเข้า 180 บาทต่อตัน เพื่อให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้นและไม่กระทบต่อเกษตรกรในประเทศ โดยกระทรวงพาณิชย์ย้ำว่าการดำเนินนโยบายดังกล่าวคำนึงถึงความสมดุลของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มอาหารและปศุสัตว์ ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT, บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG และบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เนื่องจากการเพิ่มทางเลือกแหล่งนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารต้นทุนอาหารสัตว์ได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงจากวัตถุดิบขาดแคลน และเพิ่มเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทาน
อย่างไรก็ตาม บล.กสิกรไทยมองว่า ระยะสั้นอาจมีความกังวลต่อราคาพืชอาหารสัตว์ในประเทศบางส่วน แต่โดยรวมแล้วประเด็นดังกล่าวถือเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อกลุ่มอาหารและปศุสัตว์ เนื่องจากต้นทุนอาหารสัตว์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว

