
KTB ลุ้นเพิ่ม Payout Ratio โบรกชี้ฐานทุนแกร่ง หนุนปันผลขยับ แนะทยอยซื้อ
โบรกชี้ KTB มีลุ้นปรับเพิ่ม Payout Ratio หลังเงินกองทุนสูง 22.13% หนุนศักยภาพจ่ายปันผลเพิ่ม แม้กำไรปี 69 คาดลดเล็กน้อย ยังคงแนะนำทยอยซื้อ
บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ประเมิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ว่าในปี 2568 ธนาคารมีสินเชื่อเติบโต 0.5% ได้แรงหนุนหลักจากสินเชื่อภาครัฐและสินเชื่อรายย่อย ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่และ SME หดตัว
สำหรับปี 2569 ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 0–2% โดยคาดว่าสินเชื่อรายใหญ่และรายย่อยจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ส่วนสินเชื่อภาครัฐจะเป็นปัจจัยเสริม เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำ และกระบวนการดำเนินโครงการภาครัฐอาจทำให้เห็นการฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ทั้งนี้การเติบโตของสินเชื่อ รวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อาจปรับลดลงในปีนี้ คาดว่าจะกดดันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ให้ลดลงมาอยู่ในช่วง 2.35–2.5% จากปี 2568 ที่ระดับ 2.82%
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ KTB ตั้งเป้าควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่เกิน 3.1% จากสิ้นปี 2568 ที่ 2.9% ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อ NPL อยู่ที่ 203.6% ซึ่งธนาคารมองว่าสูงเกินไป และเห็นว่าระดับเหมาะสมควรอยู่ราว 170% ส่งผลให้มีโอกาสที่ปี 2569 จะปรับลดการตั้งสำรองลงเหลือ 0.75-1.15% จาก 1.14% ในปี 2568
ในส่วนกลยุทธ์ธุรกิจ ธนาคารมีความพร้อมเปิดให้บริการ Virtual Bank และอาจเป็นรายแรกในกลุ่มผู้ได้รับใบอนุญาต 3 ราย โดยมองว่าจะช่วยเข้าถึงลูกค้าที่ธนาคารพาณิชย์ยังเข้าไม่ถึง เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและข้อมูล อีกทั้งธุรกิจ Virtual Bank และ Wealth Management จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของรายได้ในอนาคต
ด้านฐานะเงินกองทุน ธนาคารอยู่ระหว่างเสนอบอร์ดพิจารณาบริหารเงินทุน หลังสิ้นปี 2568 มีอัตราส่วนเงินกองทุนรวม 22.13% และ CET1 สูงถึง 19.25% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแข็งแกร่ง ฝ่ายวิจัยมองว่ามีความเป็นไปได้ที่ธนาคารอาจปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout ratio) ตามแนวโน้มของ บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ที่ปรับขึ้นสู่ 58.9% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอดีตและสูงกว่าที่คาดไว้ที่ 46%
ทั้งนี้คาดว่า KTB จะจ่ายเงินปันผลปี 2568 ที่ Payout ratio ราว 49% หรือประมาณ 1.70 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 5.5% โดยได้จ่ายปันผลระหว่างกาลแล้ว 0.43 บาทต่อหุ้น และคาดว่าจะจ่ายครึ่งปีหลังอีก 1.27 บาทต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 4.1% ซึ่งหากมีการปรับเพิ่ม Payout ratio จะทำให้ระดับเงินปันผลและ Dividend Yield สูงขึ้น
โดยฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 47,000 ล้านบาท ลดลง 1.5% จากปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยที่อาจลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง จึงแนะนำ “ทยอยซื้อ” มองว่า Upside จำกัด แต่ยังมีจุดเด่นด้านเงินปันผล

