โบรกอัปเป้า MAGURO ใหม่ 32.50 บ. คาดกำไรปี 69 นิวไฮทะลุ 205 ลบ. รับแผนขยายสาขา

โบรกปรับเป้า MAGURO ขึ้นเป็น 32.50 บ. แนะนำ “ซื้อสะสม” คาดกำไรปี 69 นิวไฮแตะ 205 ลบ. โตแรง 38% รับแผนปูพรมเปิดสาขากว่า 20 แห่ง งัดกลยุทธ์เมนูประหยัด-ระบบสมาชิกร่วมดึงยอดขายข้ามแบรนด์พุ่ง


บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ LIB ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (2 มี.ค.69) ประเมินทิศทาง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 32.50 บาท จากเดิม 30.75 บาท อิง P/E เป้าหมายที่ 20.0 เท่า ซึ่งคิดเป็น Upside ถึง 36.0% จากราคาปิดที่ 23.90 บาท

โดยปัจจุบันหุ้น MAGURO เทรดที่ P/E ปี 2569 เพียง 14.7 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 18.6 เท่า ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรปี 2569 จะยังคงทำนิวไฮและขยายตัวแรงถึง 38.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 31.3%

สำหรับการเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทสามารถทำผลงานได้เกินเป้าหมายมาตลอดนับตั้งแต่เสนอขายหุ้น IPO เมื่อปี 2567 อย่างไรก็ตาม ทิศทางราคาหุ้นอาจถูกรบกวนบ้างหากกองทุน HOLISTIC IMPACT PTE. LTD. ซึ่งถือหุ้น MAGURO มาตั้งแต่ก่อนเปิดขาย IPO มีการขายหุ้นออกมา แต่ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงแนะนำให้สะสมต่อเนื่องและปล่อยให้กำไรเติบโต

ด้านกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อผลักดันยอดขาย ผู้บริหารได้เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า แบรนด์ใหม่อย่างร้าน IPPE KOPPE และ Kaiten Sushi Ginza Onodera จะมีการปรับเพิ่มเมนูราคาประหยัดนอกเหนือจากเมนูต้นตำรับ เพื่อให้สามารถรองรับลูกค้าชาวไทยได้กว้างขวางยิ่งขึ้น

โดยร้าน IPPE KOPPE ในไทยจะมีราคาเริ่มต้นเพียง 190 บาท แม้ปกติตามมาตรฐานจะมีระดับราคาเดียวกับ TONKATSU AOKI ซึ่งเป็นบริษัทแม่ก็ตาม ส่วนร้าน Onodera จะมีการเพิ่มเมนูอีกราว 20 เมนู ซึ่งคาดว่าจะมีราคาใกล้เคียงกับแบรนด์ซูชิสายพานรายอื่นๆ ในไทย

นอกจากนี้ ระบบสมาชิก Give More+ Club ที่เริ่มใช้งานเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ลูกค้าสามารถสะสมแต้มข้ามแบรนด์ในเครือ MAGURO ได้นั้น สามารถช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้ยอดขายข้ามแบรนด์ (Cross-sales) ในช่วงไตรมาส 4/2568 ขยายตัวถึง 51% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แตะระดับ 102 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2569 ผู้บริหารระบุว่า ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ตั้งแต่ต้นไตรมาสพลิกกลับมาติดลบเล็กน้อยซึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านฤดูกาล แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในเดือนกุมภาพันธ์และคาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องในเดือนมีนาคม ฝ่ายวิเคราะห์จึงประเมินว่ากำไรไตรมาส 1/2569 มีโอกาสย่อตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ไม่ใช่ประเด็นน่าเป็นห่วง เนื่องจากในไตรมาสนี้บริษัทได้เปิดร้าน KIWAMIYA สาขาเซ็นทรัลเวิลด์เพิ่มอีก 1 แห่ง ซึ่งสามารถทำยอดขายได้สูงติดอันดับ Top 5 ของบริษัท

ส่วนภาพรวมปี 2569 ไปต่อนั้น ผู้บริหารได้ปรับเป้าหมายการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 20 สาขา จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้เพียง 15-20 สาขา โดยปัจจุบันได้รับการยืนยันจากเจ้าของพื้นที่แล้วหลายแห่ง บริษัทยังคงเดินหน้าจัดโปรโมชันดึงดูดลูกค้า ซึ่งแม้จะกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นบ้าง แต่ผู้บริหารมองว่ากำไรสุทธิจะปรับตัวสูงขึ้นจากฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น

อีกทั้งยังมีแผนฟื้นฟูมาร์จิ้นด้วยการเปิดร้านทั้งแบรนด์เดิมและแบรนด์ใหม่ที่มีอัตรากำไรสูง พร้อมกับการบริหารจัดการทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากปัจจัยบวกดังกล่าว ฝ่ายวิเคราะห์จึงได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิของ MAGURO ในปี 2569 ขึ้น 5.8% เป็น 205 ล้านบาท โดยอิงจากการปรับสมมติฐานการขยายสาขาในปี 2569 ขึ้นจาก 10 สาขา เป็น 17 สาขา ซึ่งยังถือเป็นสมมติฐานแบบอนุรักษ์นิยมที่ต่ำกว่าเป้าหมายของผู้บริหาร

Back to top button