
“เอเซีย พลัส” แนะ “ซื้อ” SAPPE เป้า 42 บ. ลุ้นกำไร Q1 แตะ 230 ล้านบาท รับยอดขายตปท.ฟื้น
บล.เอเซีย พลัส มอง SAPPE มีแนวโน้มฟื้นตัวในไตรมาส 1/2569 แตะ 230 ล้านบาท หลังยอดขายต่างประเทศกลับมาเติบโตต่อเนื่อง และมาร์จิ้นปรับตัวดีขึ้น และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมาย 42 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE คาดมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เป็นผลจากฐานกำไรที่ต่ำในไตรมาส 4/2568
ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากยอดขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน โดยเติบโตในเกือบทุกภูมิภาค ยกเว้นตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งมีสัดส่วนราว 9% ของยอดขายรวม และได้รับผลกระทบจากปัญหาการขนส่งสินค้าในเดือนมีนาคม หลังเกิดสถานการณ์สงครามอิหร่าน
นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.7 จุด มาอยู่ที่ 46.2% ตามการเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิต ซึ่งช่วยให้เกิดการประหยัดต่อขนาด ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายคาดว่าจะลดลง 3.7 จุด มาอยู่ที่ 29.0% จากฐานที่สูงในไตรมาส 4/2568 ซึ่งมีการบันทึกค่าใช้จ่ายด้านพนักงาน และค่าใช้จ่ายพิเศษจากการตัดจำหน่ายมูลค่าเครื่องหมายการค้า
ส่วนกำไรที่เติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากยอดขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 12% จากการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ หลังปัญหาเฉพาะตัวในบางภูมิภาคเริ่มคลี่คลาย โดยตลาดยุโรปกลับมาฟื้นตัวจากการที่คู่ค้ากลับมาสั่งซื้อสินค้าเป็นปกติ หลังจากปรับลดสต๊อกสินค้าในปีก่อน ขณะที่ยอดขายในตลาดอเมริกาปรับตัวดีขึ้น หลังความไม่แน่นอนเรื่องภาษีนำเข้าที่เคยทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อในไตรมาส 1/2568 เริ่มคลี่คลาย
สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นเมื่อเทียบกับปีก่อน คาดว่าจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิม เนื่องจากการประหยัดต่อขนาดและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ช่วยชดเชยผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า อย่างไรก็ตาม สัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากบริษัทกลับมาดำเนินกิจกรรมทางการตลาดตามปกติ หลังจากในไตรมาส 1/2568 เน้นควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นหลัก เพราะยอดขายต่างประเทศได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยภายนอก
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 เบื้องต้นคาดว่ายังมีโอกาสเติบโตจากไตรมาสก่อน แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ว่ายอดขายยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของบรรจุภัณฑ์ อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้น ซึ่งบริษัทจะพิจารณานโยบายด้านราคาในระยะถัดไป โดยยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับภาวะอุปสงค์ในตลาด
ฝ่ายนักวิเคราะห์คงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของ SAPPE ไว้ที่ 1.02 พันล้านบาท เติบโต 29% จากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 42.00 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 4/2568 และมีแนวโน้มกลับมาเติบโตในไตรมาส 1/2569 ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันปีก่อน อีกทั้งยังคาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจราว 6.8% ในปี 2569 รวมถึงได้แรงหนุนจากสภาพอากาศร้อน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลบวกต่อยอดขายในประเทศที่มีสัดส่วนประมาณ 30% ของยอดขายรวม

