‘กรณ์’ หวังดี (ร้าย).!?

จากเวทีดีเบตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเวทีเรก ซึ่งมี 8 คน จาก 8 พรรคการเมืองเข้าร่วม ประกอบด้วยพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยสร้างไทย และพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งจัดโดยไทยรัฐทีวี


จากเวทีดีเบตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเวทีเรก ซึ่งมี 8 คน จาก 8 พรรคการเมืองเข้าร่วม ประกอบด้วยพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยสร้างไทย และพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งจัดโดยไทยรัฐทีวี เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 23 ธ.ค. 2568 

มีหลายช็อตที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นเห็นจะเป็นการที่ “มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศชัดตั้งแต่ไก่โห่ “ไม่ร่วมรัฐบาลพรรคกล้าธรรม ไม่เอาเด็ดขาด” อันนี้เป็นจุดยืนจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ไม่กี่โมงยามหลังจากนั้น “กรณ์ จาติกวณิช” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เป็นที่รู้กันในวงการหุ้นว่าช่วงนี้ (ก่อนเลือกตั้ง) มีความพยายามที่จะเร่งขายหุ้นโดยกลุ่มที่โยงกับแก๊งฟอกเงิน ซึ่งหุ้นที่ว่านี้ยังไม่ได้ถูกอายัด เพราะมีการแอบถืออยู่ในบัญชี nominee 

ผมพูดไว้หลายครั้งว่าการที่มิจฉาชีพต่างชาติจะฟอกเงินในระบบเศรษฐกิจไทยได้นั้น เขาต้องได้รับความร่วมมือจากคนไทย-ก.ล.ต. ต้องเอาจริงกับทุกคน

ดังนั้นเรื่องด่วนที่ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องรีบดำเนินการคือ ต้องออกคำเตือนว่าการซื้อหุ้น 7 บริษัทที่ ก.ล.ต.อยู่ในช่วงการสอบสวน มีความสุ่มเสี่ยงที่จะมีผลเป็นการซื้อของโจร ซึ่งจะเป็นการช่วยให้กลุ่ม scammer ขนเงินหนีไปได้ (โดยเฉพาะการซื้อหุ้นแบบ Big Lot)

ก.ล.ต.ต้องยํ้าว่าการรับซื้อหุ้นจากกลุ่มฟอกเงิน อาจถูกตีความว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับโจร สุ่มเสี่ยงกับถูกการดำเนินการทางกฎหมาย

การต่อกรกับกลุ่มมิจฉาชีพข้ามชาติ เป็นเรื่องที่ต้องว่องไว เด็ดขาด และ proactive เพราะทางเขามีแรงบันดาลใจสูง เราช้าไม่ได้เลย”

ไม่รู้บังเอิญหรือจงใจ…แต่มันรับลูกกันพอดิบพอดี…

กลับมาดูการโพสต์ของ “กรณ์” ก็เหมือนหวังดีกับคนในแวดวงตลาดหุ้นนะ ออกมาเตือนเพราะเกรงว่าจะได้รับความเสียหายจากคนที่ขายหุ้นออกมา หรือการรับซื้อของโจร โดยจี้ให้ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่ง take action ต่อเรื่องดังกล่าว แถมมีการแพลม ๆ ผ่านการให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand อีกว่า 2 ใน 7 บริษัทที่ว่านั้น เป็นคู่แม่ลูกบริษัทพลังงานชั้นนำของไทย อย่างบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP และบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ด้วยนะ

ส่วนอีก 4 บจ.ที่เหลือมีชื่อเสียงเรียงนามอะไร..?? อย่าให้อิฉันต้องเอ่ยนามเลย กลัวงานเข้าไม่ทันตั้งตัว ใครที่อยากรู้ไปหาชื่อกันเองละกัน

แต่มองแว๊บแรกการที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกมาพูดอย่างนี้ เหมือนกระตุ้นเตือนนักลงทุนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะเนี่ย แต่อย่าลืมว่า “กรณ์” อยู่ในหมวกของคนการเมือง เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มิหนำซ้ำเรื่องการต่อต้านสแกมเมอร์และทุนเทา ก็เป็นหนึ่งใน 3 นโยบายหลักของพรรคสีฟ้าด้วยนะ ทำให้ถูกเชื่อมโยงไปยังสิ่งที่หัวหน้าพรรคพูดไว้นะสิ…

มันเลยแอบคิดไม่ได้จริง ๆ ว่า หวังดีประสงค์การเมืองป๊ะเนี่ย..??

จริงไม่จริง…ไม่รู้ แต่มันแอบคิดไปแล้วนะสิ…

แต่เอ๊ะ…คุ้น ๆ ว่าสมัยที่ “กรณ์” นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอนนั้นมีข่าวเมาท์กันให้แซดว่าคนใกล้ชิดหน้าห้องก็รวยกับหุ้นแบงก์ตัวหนึ่งที่กำลังถูกซื้อกิจการนะเจ้าคะ…

จริงเท็จประการใด..?? ไม่รู้ ๆๆ

…อิ อิ อิ…

Back to top button