DUSIT สิ้นศึกสายเลือด.!?

ถือเป็นข่าวดีสุด ๆ สำหรับนักลงทุนที่ติดตามซีรีส์เลือดข้นคนจางในบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ซึ่งจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งเสียที..!!


ถือเป็นข่าวดีสุด ๆ สำหรับนักลงทุนที่ติดตามซีรีส์เลือดข้นคนจางในบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ซึ่งจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งเสียที..!!

หลังจากวันที่ 30 ธ.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้ายของปี 2568 DUSIT แจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นภายในกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยวันที่ 26 ธ.ค. 2568 “ชนินทธ์ โทณวณิก” ได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด (ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของ DUSIT สัดส่วน 49.74%) จำนวน 1.2 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 15.96% จาก “สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค” ซึ่งเป็นน้องสาวของ “ชนินทธ์” 

ส่งผลให้ “ชนินทธ์” มีสัดส่วนการถือหุ้นใน “ชนัตถ์และลูก” เพิ่มขึ้นเป็น 41.36% ทันที…

จากเดิมอำนาจและสิทธิการบริหารใน “ชนัตถ์และลูก” จะอยู่ที่น้องสาวสองคนซึ่งถือหุ้นรวมกัน 48% (แบ่งเป็น “สินี เธียรประสิทธิ์” น้องสาวคนกลางถือหุ้น 26.57% และ “สุนงค์” น้องสาวคนเล็ก ถือหุ้น 21.62%) ดังนั้น การที่ “ชนินทธ์” ซื้อหุ้นจาก “สุนงค์” และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน “ชนัตถ์และลูก” ก็จะทำให้อำนาจและสิทธิการบริหารตกมาอยู่ที่ “ชนินทธ์” แทน

นับจากนี้ไป “ชนินทธ์” ก็จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จใน “ชนัตถ์และลูก”…

เมื่อ “ชนินทธ์” มีอำนาจใน “ชนัตถ์และลูก” นั่นเท่ากับว่าจะมีอำนาจใน  DUSIT ไปด้วย…

แม้ตามหน้าเสื่อปรากฏชื่อ “ชนินทธ์”  ถือหุ้น DUSIT ในนามส่วนตัวเพียงแค่ 0.0618% ก็เถอะ…

เป็นการปิดฉากดราม่าเลือดข้นคนจางระหว่างพี่ชายและน้องสาวที่ฉุดรั้งหุ้น DUSIT มาแรมปีเสียที..!!

ส่วนพล็อตเรื่องของซีรีส์เรื่องนี้ หลายคนน่าจะได้ชมการแสดงในช่วงปี 2568 กันไปแล้ว ไล่มาตั้งแต่การไม่อนุมัติงบการเงิน การเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นตามมาตรา 100 เพื่อเสนอปลด “ชนินทธ์” ออกจากตำแหน่งกรรมการก่อนครบวาระ แต่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นไม่บ้าจี้อนุมัติการถอดถอนดังกล่าว

ถ้าจะให้ขมวดสาระสำคัญของเรื่องนี้ ชนวนเหตุก็มาจากเรื่องของผลประโยชน์เงิน ๆ ทอง ๆ นั่นแหละ ผลพวงมาจากปัญหาการขาดทุนซ้ำซากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของ  DUSIT ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 3/2568 มีตัวเลขขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรกว่า 2,003.79 ล้านบาท และเป็นเหตุให้ “ชนัตถ์และลูก” ไม่ได้รับเงินปันผลจาก DUSIT มานานกว่า 5 ปีแล้ว

จนเกิดเป็นความไม่พอใจระหว่างพี่น้องร่วมสายเลือด…และเกิดเป็นซีรีส์เลือดข้นคนจางที่ได้ดูกันไปแล้วผ่านช่องทางตลาดหลักทรัพย์ฯ

เอาละ…เมื่อซีรีส์เลือดข้นคนจางใน DUSIT ปิดฉากไปแล้ว…จากนี้ไป DUSIT ก็ไม่ต้องพะว้าพะวังกับปัญหาของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่อีกต่อไปแล้ว…จะได้เข้าสู่โหมดทำมาหากิน สร้างการเติบโตต่อไป

อย่าลืมว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ DUSIT กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ “Dusit Residences” และ “Dusit Parkside” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” ที่ปัจจุบันมียอดขายประมาณ 90% คิดเป็นมูลค่า 16,000 ล้านบาท จะเริ่มทยอยโอนตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 และจะรับรู้รายได้อย่างมีนัยสำคัญในปี 2569 ทำให้มีการตั้งเป้าธุรกิจอสังหาฯ ในปี 2569 จะโตมากกว่า 100%

ส่วนธุรกิจโรงแรมคาดเติบโต 20-25% ธุรกิจอาหารเติบโต 10-15% และธุรกิจการศึกษาโต 10-12% โดยบริษัทหมายมั่นปั้นมือว่า ปีนี้จะเทิร์นอะราวด์ในรอบ 5 ปี

วานนี้ (5 ม.ค. 2569) เลยเห็นหุ้น DUSIT ตอบรับฉากจบของซีรีส์เลือดข้นคนจาง โดยระหว่างวันวิ่งไปแตะที่ระดับสูงสุด 12.40 บาท และต่ำสุดที่ 11.30 บาท ก่อนจะปิดตลาดที่ 11.90 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 1 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 9.17% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 37.30 ล้านบาท

หวังว่าจะไม่มีใครอุตริมาเขียนสตอรี่ซีรีส์เลือดข้นคนจางภาคต่อให้กับ DUSIT อีกนะ…

ถ้าคราวนี้มีอีกละก้อ…ต้องโกยแล้วละโยม..!?

…อิ อิ อิ…

Back to top button