“เพื่อไทย” พบ “สภาหอการค้า” ชูนโยบายเศรษฐกิจอนาคต รับเลือกตั้ง 69

พรรคเพื่อไทย เข้าพบสภาหอการค้าไทย แลกเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจรับเลือกตั้ง 2569 ชูนโยบายเศรษฐกิจอนาคต ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ดิจิทัล และการปฏิรูปการศึกษา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ม.ค.69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมทีมเศรษฐกิจของพรรค เข้าพบหารือแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายเศรษฐกิจและการเมือง กับ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการบริหาร

นายพจน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ จึงเสนอแนวคิด “Hope 69” เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นความหวังที่จับต้องได้ พร้อมย้ำความพร้อมของหอการค้าไทย ซึ่งก้าวสู่ปีที่ 94 มีเครือข่ายสมาชิกกว่า 200,000 ราย รวมถึงกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ (YEC) ที่พร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐในการขับเคลื่อนประเทศ

ทั้งนี้ หอการค้าไทยได้สังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ การกำหนดวาระแห่งชาติเพื่อความต่อเนื่องทางนโยบาย โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษาที่ไม่สอดคล้องตลาดแรงงาน การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง เพื่อดึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุน

นายยศชนัน ระบุว่า การเข้าหารือครั้งนี้เป็นการรับฟังข้อเสนอจากภาคธุรกิจ เพื่อประเมินว่านโยบายของพรรคสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้แนวคิด “Innovation-driven Economic Growth” เน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย ในภาคเกษตรและอาหาร

พรรคเพื่อไทยเสนอการยกระดับจาก Food Security สู่ Food and Nutrition Security ผลักดัน Future Food และ Functional Food หรือ “อาหารเป็นยา” ใช้จุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้านการท่องเที่ยวและบริการ เสนอการต่อยอดจาก Medical Hub ไปสู่ Wellness Hub ครบวงจร รองรับนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง พร้อมผลักดันไทยเป็น Wedding Destination และ Festival Hub รวมถึงการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจจาก Rainbow Economy สำหรับการบริหารภาครัฐ

นายยศชนัน เน้นการผลักดัน Digital Government เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐและเอกชน ลดขั้นตอนอนุมัติอนุญาตด้วยการทบทวนกฎหมายและระเบียบที่ซ้ำซ้อน (Guillotine Law) เพื่อลดคอร์รัปชัน เพิ่มความโปร่งใส และเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีใหม่ อาทิ AI, Data Center และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

ขณะเดียวกัน ยอมรับว่า จำเป็นต้องรื้อระบบการศึกษาไทยทั้งระบบ เร่ง Reskill-Upskill แรงงาน เพื่อสร้างบุคลากรที่สามารถแข่งขันในตลาดแรงงานโลก และพัฒนา Global Citizen ที่มีทักษะสอดรับเศรษฐกิจยุคใหม่ ส่วนบทบาทของไทยในเวทีโลก

นายยศชนัน ยังเสนอให้ไทยวางตัวเป็น “Sanctuary” หรือ พื้นที่ปลอดภัย ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อดึงดูดการลงทุนและการย้ายฐานการผลิต พร้อมย้ำว่าแนวคิด “Hope 69” คือการเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส และสร้างความหวังที่ยั่งยืนให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

Back to top button