ดาวโจนส์ปิดลบ 237 จุด สวน Nasdaq-S&P500 ฟื้นตัว รับแรงซื้อกลับหุ้นเทคฯ

ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลง ขณะที่ Nasdaq และ S&P500 ฟื้นตัวขึ้นจากแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มเทค และเซมิคอนดักเตอร์ที่ร่วงหนักก่อนหน้านี้ นักลงทุนยังคงจับตาแนวโน้มการลงทุนด้าน AI และท่าทีของเฟดต่อการปรับอัตราดอกเบี้ย หลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่งเกินคาด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (6 พ.ย.) สวนทางกับดัชนี Nasdaq และ S&P500 ที่ฟื้นตัวขึ้น หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ดีดตัวกลับจากการถูกเทขายอย่างหนักในวันพฤหัสบดี ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJI.X) ปิดที่ 51,285.73 จุด ลดลง 237.33 จุด (-0.46%) ดัชนี S&P500 (SP500.X) ปิดที่ 7,376.86 จุด เพิ่มขึ้น 23.13 จุด (+0.31%) และดัชนี Nasdaq (NASDAQ.X) ปิดที่ 24,579.42 จุด เพิ่มขึ้น 264.42 จุด (+1.09%)

อย่างไรก็ตาม แม้หุ้นเทคโนโลยีจะฟื้นตัว แต่ดัชนี Nasdaq ยังคงปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน โดยลดลง 3.4% ขณะที่ดัชนี S&P500 ร่วงลง 2.7% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 1 ปี และดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.9% ในรอบสัปดาห์นี้

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์พุ่งขึ้น 4.2% นำโดยหุ้น Advanced Micro Devices (AMD) ที่ทะยานขึ้น 11% หุ้น Nvidia เพิ่มขึ้น 2.8% และหุ้น Sandisk ฟื้นตัวเกือบ 4% ด้านหุ้น Tesla และ SpaceX ปรับขึ้น 4.2% และ 8.6% ตามลำดับ การฟื้นตัวเกิดขึ้นหลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงเทขายหนักที่สุดในรอบกว่า 1 ปี จากความกังวลว่าการกำกับดูแลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจเข้มงวดขึ้น และบริษัทขนาดใหญ่อาจชะลอการลงทุนศูนย์ข้อมูล หลังพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งสภาคองเกรส

นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า AI ยังคงเป็นธีมหลักที่ขับเคลื่อนตลาดกระทิง และนักลงทุนควรให้โอกาสหุ้นกลุ่มนี้ต่อไป โดยมองว่าการเทขายจากผลเลือกตั้งกลางเทอมเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบสนองชั่วคราวของตลาด นอกจากนี้ ราคาทองแดง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างศูนย์ข้อมูล ยังคงทรงตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังไม่ได้ลดลงอย่างชัดเจน

ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และอัตราการว่างงานลดลงเหลือ 4.1% สะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน ข้อมูลจาก LSEG ชี้ว่า นักลงทุนประเมินโอกาส 78% (เพิ่มขึ้นจาก 70%) ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า เฟดอาจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในช่วงที่ตลาดการเงินยังมีความเปราะบาง

สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัว หุ้น Atlassian ร่วงลง 16% หลังการรายงานผลประกอบการ ขณะที่หุ้น Airbnb พุ่งขึ้น 12% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ตลอดปี 2569 ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงจากระดับสูงก่อนหน้านี้ ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานของ S&P500 ร่วงลง 12% ในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2568

Back to top button