ฉลุย! CHO คว้างาน “e-Ticket” มูลค่า 1.67 พันลบ. สัมปทาน 5 ปี

บอร์ดขสมก.ไฟเขียว เซ็นสัญญา CHO รับงาน e-Ticket บนรถโดยสารประจำทาง 2,600 คัน ระยะสัมปทาน 5 ปี มูลค่า 1.67 พันลบ.


นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงการคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ขสมก.มีมติเห็นชอบให้ ขสมก.ดำเนินการลงนามสัญญาในโครงการเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ (e-Ticket) บนรถโดยสารประจำทางจำนวน 2,600 คัน ระยะสัมปทาน 5 ปี ซึ่ง บริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO เป็นผู้ชนะประมูลในวงเงิน 1,665 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลาง 121 ล้านบาท

โดยหลังจากเซ็นสัญญาแล้ว บริษัทจะต้องติดตั้งระบบที่ใช้สแกนบัตรโดยสาร (e-Ticket) และเครื่องเก็บค่าโดยสาร (Cash Box) ในรถโดยสารจำนวน 100 คันแรกภายใน 120 วัน ส่วนล็อตที่ 2 จำนวน 700 คัน ทยอยติดตั้งระบบที่ใช้สแกนบัตรโดยสารก่อนให้ครบภายในวันที่ 1 ต.ค.60 หรือภายใน 180 วัน นับจากวันลงนามสัญญา เพื่อเริ่มให้บริการและเชื่อมโยงกับระบบตั๋วร่วม หรือบัตรแมงมุม จากนั้นจึงทยอยติดตั้งให้ครบ 2,600 คัน ภายใน 1 ปี

ส่วนโครงการจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) จำนวน 489 คัน มีเอกชนสนใจซื้อซองประกวดราคาทั้งหมด 12 ราย ได้แก่ 1.บริษัท แม่โขงเทคโนโลยี จำกัด 2.บริษัท เค.แอนด์ คิว.แอสโซซิเอทส์ จำกัด 3. บมจ.ช.ทวี (CHO) 4.บริษัท ไทยเทคโนโลยี แอนด์ เดเวลลอปเมนท์ จำกัด 5.บริษัท รังสรรค์การท่องเที่ยว จำกัด 6.บริษัท เจพีเอเชียโกลบอล จำกัด 7.บริษัท พีเอสเค คอนซัลแทนส์ จำกัด 8.กิจการร่วมค้าเจวีซีซี 9.บริษัท เบสท์รินกรุ๊ป จำกัด 10.บริษัท แสงเจริญทูลส์เซ็นเตอร์ จำกัด 11.บริษัท ไทยเจริญยางบริการ จำกัด และ 12.บริษัท ไทยบัสกลการ จำกัด

นายสมชาย กล่าวว่า กรณีของ เบสท์รินฯ ยังสามารถเข้าซื้อเอกสารประกวดราคาได้ แม้ได้รับการขึ้นบัญชีดำไว้แล้ว เนื่องจากเป็นการเปิดขายซองโดยทั่วไป แต่จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นขั้นแรกก่อน โดย ขสมก.จะเปิดรับซองคุณสมบัติและข้อเสนอด้านเทคนิคในวันที่ 12 มิ.ย.60, แจ้งผลการคัดเลือกผู้มีสิทธิเสนอราคาวันที่ 19 มิ.ย.60, เปิดให้เอกชนเสนอราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) ในวันที่ 26 มิ.ย.60

จากนั้นจะสรุปผลการประมูลวันที่ 27 มิ.ย.60 นำเสนอบอร์ด ขสมก.ในวันที่ 28 มิ.ย.60 ลงนามสัญญาเดือน ก.ค.60 และส่งมอบรถโดยสารภายในวัน 90 วัน หรือเดือน ต.ค.นี้

ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ดฯ ได้มีการหารือเกี่ยวกับราคา ซึ่งในการประมูลก่อนหน้าที่ บริษัท เบสท์รินฯ เป็นผู้ชนะด้วยวงเงิน 3,387 ล้านบาท โดยให้ ขสมก.ทำหนังสือหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าควรใช้ราคากลางแบบใด เช่น ขสมก.กำหนดราคาเองหรือใช้ฐานราคาจากผลการประชุมครั้งล่าสุดกับวงเงินที่บริษัท เบสท์รินฯ เคยชนะประมูลหรือไม่ โดยให้ข้อสรุปก่อนกำหนดเปิดซองประกวดราคาในวันที่ 12 มิ.ย.60

ส่วนความคืบหน้าโครงการจัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้า 200 คันนั้น หลังจากให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่ปรึกษาโครงการไปทบทวน รวมทั้งศึกษารายละเอียดคุณสมบัติของตัวรถเมล์ไฟฟ้าเพิ่มเติม เช่น ราคาแบตเตอรี่ที่ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยได้ข้อสรุปว่า ราคารถเมล์ไฟฟ้าจะอยู่ที่ประมาณคันละกว่า 10 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีการนำเข้า) หลังจากนี้จะนำลงเว็บไซด์เพื่อรับฟังความเห็นครั้งที่ 2  และจะเปิดขายซองประกวดราคาได้สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน มิ.ย.60

Back to top button