STARK พุ่งชนซิลลิ่ง! คาดเก็งกำไรแผนธุรกิจเด่น-ปักธงดันรายได้ปีนี้แตะ 3 หมื่นลบ.

STARK พุ่งชนซิลลิ่ง! คาดเก็งกำไรแผนธุรกิจเด่น-ปักธงดันรายได้ปีนี้แตะ 3 หมื่นลบ.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK  ณ เวลา 15.01 น.อยู่ที่ระดับ 2.12 บาท บวก 0.26 บาท หรือ 13.98% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 34.51 ล้านบาท โดยวันนี้(15 เม.ย.63)ราคาหุ้นพุ่งชน Ceiling ที่ระดับ 2.12 บาท

นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK เปิดเผยว่า ปี 2563 เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของ STARK โดยเริ่มเดินหน้าซื้อกิจการตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา หลังจากปรับโครงสร้างทุนและธุรกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดวันที่ 14 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา บริษัท อดิสร สงขลา ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ของ STARK คว้าสัญญาจากบริษัทน้ำมันชั้นนำของโลก อาทิ เชฟรอน และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP มูลค่า กว่า 4,330 ล้านบาท การได้งานดังกล่าวของอดิสร สงขลา แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของอดิสร สงขลา อย่างชัดเจน และก้าวกระโดด จากปี 2562 มีรายได้ประมาณ 1,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังได้ซื้อกิจการสายไฟอันดับ 1 ที่เวียดนาม (Thipa) มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท และ ซื้อหุ้นบริษัท ไทย เคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล (TCI) ผู้ผลิตสายไฟขนาดเล็ก มูลค่ากว่า 540 ล้านบาท ในประเทศไทย  ผ่านบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) หรือ PDITL ซึ่งเป็นบริษัทที่ STARK ถือหุ้น 99.9%

นายชนินทร์ กล่าวว่า ตั้งเป้าการเติบโตรายได้ปีนี้ของ STARK ของธุรกิจสายไฟฟ้าและบริษัท อดิสร สงขลา แตะ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจสายไฟฟ้าเวียดนาม ประมาณ 12,000 ล้านบาท , อดิสร สงขลา ไม่น้อยกว่า 1,500  ล้านบาท และจากเฟ้ลปส์ ดอด์จ ประมาณ 15,000 ล้านบาท

“การซื้อสองกิจการผลิตสายไฟฟ้าเข้ามา ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของสตาร์ค โดยเริ่มรับรู้รายได้จากทั้งสองกิจการ ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ทำให้มั่นใจได้ว่า รายได้ของสตาร์ค จะโตเกินกว่า 100% และคาดว่ากลุ่มธุรกิจสายไฟของสตาร์คจะติด Top 10 ของโลกในไม่ช้า“

นอกจากนี้อัตรากำไรคาดว่าจะดีขึ้นจาก synergy ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น อาทิ การรวมคำสั่งซื้อวัตถุดิบ และ การขยายตลาดที่มีผลิตภัณฑ์ หลากหลายที่ เฟ้ลปส์ ดอด์จ ไม่เคยทำ ส่งผลให้กำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า

Back to top button