SIRI เผยแคมเปญ “แสนสิริผ่อนให้ 24 เดือน” หนุนยอดขายเม.ย. กว่า 4 พันลบ.

SIRI เผยแคมเปญ "แสนสิริผ่อนให้ 24 เดือน" หนุนยอดขายเม.ย. กว่า 4 พันลบ. มั่นใจดันไตรมาส 2 โตเข้าเป้า 1.2 หมื่นลบ.


นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า แผนการออกแคมเปญการตลาดของบริษัทในช่วงเดือนเม.ย.คือ แคมเปญ “แสนสิริผ่อนให้ 24 เดือน” สามารถกระตุ้นยอดขายในช่วงเดือนเม.ย.ได้อย่างมาก ทำให้ยอดขายในช่วง 3 สัปดาห์แรกของเดือนเม.ย. 63 ทำได้กว่า 4 พันล้านบาท จากเป้ายอดขาย 1.2 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 2/63 ขณะที่ไตรมาส 1/63 ทำยอดขายได้ 1.1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้บริษัทมองว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เปรียบเสมือนตัวเร่งปฏิกิริยาสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งภาคธุรกิจและภาคเอกชน โดยเฉพาะในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งบริษัทได้ปรับตัวรับมือกับการแพร่ระบาดและเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ทั้งการทำตลาดแบบ Speed to Market, ให้ความสำคัญกับสภาพคล่องของ Cash Flow ตลอดจนรักษาสมดุลของ 4 เสาของบริษัท ได้แก่ การดูแลลูกค้าผ่าน Sansiri Care เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอุ่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยและเป็น Top of Mind Brand ของลูกค้า พร้อมช่วยเหลือพนักงานและสังคมผ่าน Sansiri Care Relief Fund และ Sansiri Care for All

แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะกลับส่ภาวะปกติต้องใช้เวลานานประมาณ 1-2 ปี แต่แสนสิริลงมือแล้วตั้งแต่วันนี้ ยกระดับมาตรฐานของบริษัทสู่ The New Normal for Sansiri Living กับ 5 มิติแห่งอนาคต และสร้างปรากฎการณ์ใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย ซึ่งมิติแรก New Normal ด้านการดูแลโครงการและบริการ ยกระดับความเข้มงวดด้านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค รวมถึงตรวจวัดไข้ทั้งพนักงานและลูกบ้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้

มิติที่สอง New Normal ด้านเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย เติมเต็มประสบการณ์แบบลดการสัมผัส (Touchless Journey) ความใส่ใจด้านความสะอาดและถูกสุขอนามัย มิติที่สาม New Normal ด้าน Waste Management เพิ่มมาตรการจัดการขยะติดเชื้อจากหน้ากากอนามัยที่ปลอดภัย และวางระบบจัดการรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จาก Food Delivery หรือ Online Shopping ที่สูงขึ้น

มิติที่สี่ New Normal ด้านการออกแบบและพัฒนาโครงการ ยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต สร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบลดการสัมผัส พร้อมผสานการ Work Anywhere, Anytime และทุกไลฟ์สไตล์การพักผ่อนอย่างลงตัว และมิติที่ห้า New Normal ด้านความปลอดภัยในการอยู่อาศัย กับ LIV-24 บริการดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ดูแลความปลอดภัย เพิ่มความอุ่นใจตลอดการอยู่อาศัยของลูกบ้าน

โดยบริษัทได้ลงมือศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และทำอนาคตให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีการนำร่องยกระดับมาตรฐานในโครงการคอนโดมิเนียม เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 สู่ New Normal ของการอยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของครอบครัวแสนสิริ สะท้อนทุกมิติของ The New Normal for Sansiri Living เริ่มจากทางเข้าโครงการ ส่วนกลาง จนถึงห้องพัก ซึ่งโครงการ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 มูลค่า 4.4 พันล้านบาท ได้ส่งมอบให้ลูกค้าไปแล้วทั้งหมด 80% ของยอดขายจากโครงการที่ขายได้

สำหรับภาพรวมของคตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 63 คาดว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับตัวเลขเศรษฐกิจไทย (GDP) ซึ่งเป็นภาวะปกติของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่จะมีทิศทางที่สอดคล้องกับ GDP โดยที่ GDP ไทยในปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวภาคอสังหาริมทรัพย์ก็จะชะลอตัวลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตามในแง่ของผู้ประกอบการ จะต้องหาช่องทางที่ถือเป็นโอกาสการดำเนินธุรกิจที่เข้ามาสนับสนุนให้ธุรกิจยังสามารถไปต่อได้ ซึ่งต้องมีการปรับตัวและลงมือทำอย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจสามารถอยู่ได้ในภาวะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจยังไม่สดใสนัก ทำให้ในภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นยังมีบางบริษัทที่สามารถทำผลงานได้ดีกว่าตลาด

โดยจะเห็นได้จากการดำเนินธุรกิจของบริษัทได้เริ่มจากการปรับช่องทางการขายใหม่ พร้อมกับทุ่มงบการตลาดเพื่อออกแคมเปญกระตุ้นยอดขาย ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทสามารถระบายสต็อกออกไปได้มาก ซึ่งช่วยสร้างรายได้และกระแสเงินสดกลับมาให้กับบริษัท

ขณะที่การทำแคมเปญกระตุ้นการขายบริษัทมองว่ายังคงมีการออกแคมเปญมาอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าหันมาตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น แต่ในอนาคตหากสถานการณ์คลี่คลายและเริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้ว การทำแคมเปญกระตุ้นการขายจะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ ซึ่งในมุมมองของลูกค้าที่อยากซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงนี้ถือว่าเป็นโอกาสในการซื้อที่ได้รับความคุ้มค่า และมีโครงการที่นำมาร่วมแคมเปญที่หลากหลายให้ได้เลือกซื้อ

ด้าน นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่การระบาดไวรัสโควิด-19 ในระยะแรก สิริ เวนเจอร์สเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาฟังก์ชั่นและเสริมเทคโนโลยีบน Sansiri Home Service Application เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกบ้าน ยกระดับประสบการณ์แบบลดการสัมผัสอย่างไร้รอยต่อ สะท้อนแนวคิด ‘The New Normal for Sansiri Living’ ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพอากาศภายในห้อง และเช็คค่า AQI ของอากาศภายนอก, การสั่งการด้วยเสียงผ่าน Google Home เพื่อสำรองการใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง แจ้งซ่อม และจ่ายค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำ-ไฟ และใช้บริการพิเศษด้าน Delivery, Cleaning Service, Health Service และด้าน Lifestyle อื่นๆอีกมากจากบริการ จอง-จ่าย-จบ ครบทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในแอพพลิเคชั่นเดียว

โดยโครงการ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 จะเป็นโครงการต้นแบบในการรองรับวิถีชีวิตที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในด้านการ Work Anywhere, Anytime, การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing), การใช้ชีวิตที่คำนึงถึงสุขอนามัยและความสะอาด ตลอดจนมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบลดการสัมผัส (Touchless Journey) ที่จะนำมาปรับใช้ในโครงการพร้อมอยู่ในปัจจุบันและอนาคต สะท้อนทุกมิติของ The New Normal for Sansiri Living ตอกย้ำภาพจำผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ใส่ใจกับทุกรายละเอียดของการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

 

Back to top button