“ชูเกียรติ” เคาะซื้อ “SABUY” เพิ่ม 1.05 ล้านหุ้น เล็งผลการดำเนินขยายตัวสูง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้บริหาร (แบบ 59) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยออกมา ณ วันที่ 18 มี.ค.2564

ปรากฏว่าชื่อ “นาย ชูเกียรติ รุจนพรพจี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ รวมถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY มีการทำรายการซื้อหุ้นเข้าพอร์ตไปเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2564 ด้วยหุ้นที่ซื้อไปจำนวน 1,050,000 หุ้น (สัดส่วน 0.10%) ในราคาหุ้นละ 4.15 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4.36 ล้านบาท ทั้งนี้หลังจากทำรายการล่าสุดส่งผลให้ถือหุ้นเป็น 275,270,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 27.39% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด

อย่างไรก็ดีหากย้อนหลังสำหรับการทำรายการนับตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค.2564 จนถึงปัจจุบัน  ก็จะเห็นว่าเมื่อวันที่ 16 มี.ค.2564 มีการซื้อหุ้นเข้าพอร์ตไปด้วยจำนวน 2,600,000 หุ้น (สัดส่วน 0.26%) ในราคาหุ้นละ 3.42 บาท มูลค่าการซื้อขาย 8.89 ล้านบาท

ทั้งนี้จะเห็นว่าภายในเดือน มี.ค.2564 มีการทำรายการไปแล้ว 2 รายการ นี่อาจเป็นการการันตีว่าแนวโน้มธุรกิจในอนาคตมีความแข็งแกร่ง  และแนวโน้มผลการดำเนินงานที่จะยังขยายตัวสูง โดยมีประเด็นสำคัญ คือ

1) การร่วมทุนกับ Buzzebees จัดตั้งบริษัท SABUY Exchange (SABUY ถือหุ้น 50%) จะหนุนให้ SABUY Ecosystem ขยายตัว และเป็นที่รู้จักมากขึ้น ผ่านการจัดการ CRM เช่น การสะสมแต้ม SABUY Cash เพื่อแลกเงิน หรือส่วนลดใช้ในร้านค้าต่างๆ

2) การลงทุน Shipsmile จำนวน 20% กับ III โดย SABUY จะเป็นผู้ให้บริการด้านการจ่ายชำระเงินที่รองรับช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย (ผ่านเครื่อง POS) นั้น จะช่วยให้กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาส่งของผ่านเคาน์เตอร์ของ Shipsmile รู้จัก SABUY Money มากขึ้น รวมทั้งรายได้ให้บริการจะปรับตัวสูงขึ้น

3) คาดรับรู้รายได้ Entrance fee เพิ่มขึ้น จากการจับมือผู้ให้บริการ และขายสินค้าผ่านช่องทางจำหน่าย e-Payment ของ SABUY เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4) บริษัทคงเป้าตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติปี 2564 เพิ่มขึ้นสูงที่ 1.2 หมื่นตู้ (จากปี 2563 ที่ 5.9 พันตู้) จากการเพิ่มสถานที่วางจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น และการทำ M&A ทั้งนี้คาดว่ารายได้จากการขายสินค้าผ่านตู้ในช่วงไตรมาส 1/2564 จะดีขึ้นจากการย้ายทำเลที่ตั้ง (relocation) เป็นหลัก ในขณะที่จำนวนตู้ยังคงใกล้เคียงกับปี 2563

Back to top button