PSL บวก 3% ลุ้นปีนี้เทิร์นอะราวด์! โบรกฯชี้ BDI เฉลี่ยปี 65 สูงเกิน 2,500 จุด  

PSL บวก 3% ลุ้นปีนี้เทิร์นอะราวด์! โบรกฯชี้ BDI เฉลี่ยปี 65 สูงเกิน 2,500 จุด โดย ณ เวลา 11:55 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 16.20 บาท บวก 0.60 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (19 พ.ย.2564) ราคาหุ้นของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL โดยราคา ณ เวลา 11:55 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 16.20 บาท บวก 0.60 บาท สูงสุดที่ระดับ 16.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 15.90 ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 267.22 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,702.70 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 1,322.28 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการเดินเรือสุทธิ (รายได้จากการเดินเรือสุทธิจากรายจ่ายท่าเรือและน้ำมันเชื้อเพลิง) โดยสาเหตุหลักเนื่องมาจากรายได้เฉลี่ยต่อวันต่อลำเรือเพิ่มขึ้นจาก 7,765 เหรียญสหรัฐในงวด 9 เดือนแรกของปี 2563 เป็น 18,286 เหรียญสหรัฐในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564  ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ตลาดอัตราค่าระวางเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองปรับตัวสูงขึ้น กองเรือของบริษัทฯ มีจำนวน 36 ลำ ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกันกับงวด 9 เดือนแรกของปีที่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 เพิ่มขึ้น 168.79 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยสาเหตุหลักเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่เอื้ออํานวยให้มูลค่าที่เทียบเท่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐของหนี้สกุลเงินบาทลดลง

อย่างไรก็ตามคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 4 เด่นต่อเนื่องและหนุนทั้งปีพลิกกำไรจากปี 2563 ขาดทุนอยู่ที่ 1.29 พันล้านบาท

บล.กรุงศรีระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(19 พ.ย.64)  ว่า ดัชนี BDI ยังอยู่ในระดับสูงในเดือนตุลาคม แต่คาดว่าจะลดลงในเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม เนื่องจาก (1) มาตรการคุมมลพิษทางอากาศของรัฐบาลจีน และ (2) เป็น ช่วงเทศกาลวันหยุด โดยเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ดัชนี BDI (Baltic Dry Index),BSI (Baltic Supramax Index) แ ล ะ BHSI (Baltic Handysize Index) ลดลงมาแล้วถึง 53%, 33% และ 20% qtd เหลือ 2,430 จุด, 2,260 จุด และ 1,582 จุด ตามลำดับ

ซึ่งหากเราใช้สมมติฐานว่า BSI และ BHSI ยืนอยู่ที่ระดับ 2,250 จุด และ 1,575 จุด ไปจนถึงสิ้นปีนี้ BSI และ BHSI จะเฉลี่ยอยู่ที่ 2,683 จุด และ 1,746 จุด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในไตรมาส 3 อยู่ 14% และ 2% ตามลำดับ ซึ่งหมายความว่าอัตรา TC rate ในไตรมาส 4/2564 จะลดลง และส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงด้วย ค่าเฉลี่ย BDI น่าจะลดลงอีกในปีหน้า แต่จะยังยืนเหนือ 2,500 จุด

โดยมองว่าตลาดเรือเทกอง และดัชนี BDI น่าจะแผ่วลงในปีหน้าเนื่องจาก (1) สถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้นหลังจากที่มีการกระจายวัคซีนให้ประชากรส่วนใหญ่ทั่วโลกแล้ว (2) ส่วนต่างระหว่างอุปสงค์ และอุปทานหดแคบลง

อย่างไรก็ตามคาด ว่า BDI เฉลี่ยในปี 2565 จะสูงเกิน 2,500 จุด ซึ่งดีกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2559-2563 ที่ 1,450 จุด หนุนโดย Demand ที่เพิ่มขึ้น 2.4% สูงกว่า Supply ที่เพิ่มขึ้นเพียง 1.5% ประกอบกับ Supply น่าจะตึงตัวในช่วง 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากคำสั่งต่อเรือที่ 6.3% ของกองเรือ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552

ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ PSL และประเมินราคาเป้าหมายที่ 20.40 บาท คาดว่าดัชนี BDI จะลดลงในช่วงนี้เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดในปลายเดือน ธันวาคม และจะมีการส่งมอบเรือเทกองใหม่ในไตรมาส 1/2565 นอกจากนี้ จีนยังต้องการคง เดินหน้ามาตรการคุมมลพิษเพื่อให้ท้องฟ้าปลอดโปร่งในช่วงที่มีการจัดการแข่งขัน กีฬา Olympics ฤดูหนาวในช่วงวันที่ 4-20 กุมภาพันธ์ ดังนั้นจึงคาดว่า BDI จะฟื้นตัวและพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2565 ขณะที่ราคาหุ้น PSL ปรับลดลงมาอยู่ที่ 15.60 บาท และมี upside น่าสนใจถึง 30% โดยราคาเป้าหมาย ของเราอิงจาก P/BV ปี FY22F ที่ 2.0x

Back to top button