
AAV วิ่ง 3% โบรกเชียร์ “ซื้อ” เป้าใหม่ 1.41 บ. มองกำไรปี 69-70 โตแกร่งรับน้ำมันลง-บาทแข็ง
AAV บวก 2.61% บล.กรุงศรี อัพเกรดคำแนะนำเป็น "ซื้อ" เป้าใหม่ 1.41 บาท คาดงบ Q4/68 กำไรสุทธิแตะ 1,525 ลบ. รับไฮซีซั่น-บาทแข็ง พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 69 โต 238% รับต้นทุนน้ำมันลดลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ณ เวลา 10:35 น. อยู่ที่ระดับ 1.18 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 2.61% สูงสุดที่ระดับ 1.22 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.16 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 191.96 ล้านบาท
โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นขานรับบทวิเคราะห์ของ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ที่ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น AAV เป็น “ซื้อ” (Buy) จากเดิมแนะนำ “ลดน้ำหนักการลงทุน” (Reduce) พร้อมปรับขึ้นราคาเป้าหมายปี 2569 เป็น 1.41 บาท จากเดิม 1.02 บาท
ทางฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ประเมินแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/68 ของ AAV ว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 1,148 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 21.7% จากการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ฟื้นตัวขึ้นจากที่ขาดทุน 1,240 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)
ขณะที่กำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ที่ 1,525 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น 328% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และพลิกจากขาดทุนในไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ส่งผลให้รายได้ฟื้นตัวก้าวกระโดด 45% จากไตรมาสก่อนหน้า ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าทำให้มีการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยหนุนผลการดำเนินงาน
นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ได้มีการปรับปรุงประมาณการกำไรปกติปี 2568 ขึ้นเป็น 361 ล้านบาท และปรับเพิ่มกำไรสุทธิขึ้นเป็น 2,256 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติสำหรับปี 2569 ขึ้น 377% เป็น 1,221 ล้านบาท (เติบโต 238% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน) และปี 2570 ปรับขึ้น 62% เป็น 1,326 ล้านบาท (เติบโต 9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน) เพื่อสะท้อนแนวโน้มรายได้และต้นทุนที่ดีกว่าคาดการณ์เดิม โดยเฉพาะปริมาณผู้โดยสารในเส้นทางบินในประเทศที่ยังเติบโตต่อเนื่อง และราคาตั๋วโดยสารที่คาดว่าจะทรงตัว
ปัจจัยสำคัญในการปรับคำแนะนำครั้งนี้ มาจากมุมมองเชิงบวกต่อความสำเร็จของ AAV ในการรุกตลาดเส้นทางบินในประเทศ ซึ่งสามารถชดเชยการชะลอตัวของตลาดต่างประเทศได้ ประกอบกับสมมติฐานราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet Fuel) ที่ปรับลดลงเหลือ 85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (จากเดิม 90 เหรียญฯ) ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี DCF (WACC 7.5%) เทียบเท่า P/E ปี 2569 ที่ระดับ 14.8 เท่า ซึ่งยังถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 17.6 เท่า

