“ดาวโจนส์” ปิดบวก 260 จุด แรงซื้อหุ้นพลังงาน พ่วงกลุ่มพื้นฐานแกร่งหนุน

ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 260.31 จุด จากแรงหนุนหุ้นพลังงานและหุ้นพื้นฐานแกร่ง ขณะที่แรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีและ AI กดดันดัชนี S&P500–Nasdaq ร่วงลง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายในคืนวันพุธ (4 ก.พ.69) ผันผวนอย่างหนัก โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อหุ้นพลังงานและหุ้นพื้นฐานแกร่ง ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางความกังวลว่ามูลค่าหุ้นในกลุ่มดังกล่าวอยู่ในระดับตึงตัว

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 49,501.30 จุด เพิ่มขึ้น 260.31 จุด หรือ +0.53% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,882.72 จุด ลดลง 35.09 จุด หรือ –0.51% และดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 22,904.58 จุด ลดลง 350.61 จุด หรือ –1.51%

แรงขายหลักกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งร่วงลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 ที่ -1.9% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารที่ลดลง –1.67% โดยนักลงทุนวิตกว่า การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเพิ่มระดับการแข่งขันในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และอาจกดดันอัตรากำไรของบริษัทในระยะถัดไป

นักวิเคราะห์ประเมินว่า นักลงทุนเริ่มกลับมาระมัดระวังต่อมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ลงทุนด้าน AI อย่างเข้มข้นในช่วงที่ผ่านมา แม้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคจะเร่งนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็ว แต่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นอาจส่งผลต่อผลตอบแทนในอนาคต

สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Alphabet ปรับตัวลงเกือบ 2% ก่อนการเปิดเผยผลประกอบการหลังปิดตลาด ขณะที่หุ้น Advanced Micro Devices (AMD) ทรุดตัวลงราว 17% หลังบริษัทเปิดเผยคาดการณ์รายได้ที่น่าผิดหวัง และส่งสัญญาณการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดชิป AI โดยหุ้น Nvidia ปิดตลาดลดลง 3.4%

ด้านหุ้น Palantir Technologies ร่วงเกือบ 12% หลังราคาหุ้นพลิกกลับมาปิดในแดนลบตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีรายอื่น แม้ระหว่างวันจะเคยปรับตัวขึ้นจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

แรงเทขายหุ้นชิปได้ฉุดดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ตลาดฟิลาเดลเฟีย ร่วงลง 4.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ยังถูกกดดันต่อเนื่อง โดยหุ้น Snowflake ลดลง 4.6% และหุ้น Datadog ปรับตัวลง 3.3%

ในทางตรงกันข้าม นักลงทุนได้หมุนเงินออกจากหุ้นเติบโตไปยังหุ้นที่มีราคายังไม่ตึงตัว ส่งผลให้หุ้นพื้นฐานแกร่งในดัชนี S&P500 ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในดัชนี โดยพุ่งขึ้น 2.25% หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นกว่า 3% หนุนหุ้น Exxon Mobil, Chevron และ ConocoPhillips ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ขณะเดียวกัน หุ้น Super Micro Computer ทะยานขึ้น 13.8% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปี จากความต้องการเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางการเร่งขยายศูนย์ข้อมูลของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่

ด้านปัจจัยเศรษฐกิจ สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) เปิดเผยกำหนดการใหม่ในการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล โดยจะประกาศ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 และ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและการหมุนเวียนแรงงาน (JOLTS) ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อทิศทางตลาดในระยะสั้น

Back to top button