TTB นิวไฮรอบ 7 ปี! บวกต่อ 4% รับอานิสงส์ซื้อหุ้นคืนรอบใหม่ ดันยีลด์ปันผลแตะ 7%

TTB บวกต่อเกือบ 4% นิวไฮรอบเกือบ 7 ปี หลังประกาศเดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนรอบ 3 และขยายวงเงินรวมเป็น 35,000 ล้านบาท สิ้นสุดปี 71 อนุมัติจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังระหว่าง 0.068-0.071 บาทต่อหุ้น ส่วน Dividend yield อยู่ระหว่าง 6-7% โบรกฯ มองเป็นเซนติเมนต์เชิงบวกกับราคาหุ้น TTB ดัน ROE และยีลด์ปันผลพุ่งขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ณ เวลา 10:20 น.อยู่ที่ระดับ 2.28 บาท บวก 0.08 บาท หรือ 3.64% ราคาต่ำสุด 2.20 บาท ราคาสูงสุด 2.28 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 514.70 ล้านบาท ราคาหุ้นปรับตัวแรงในรอบเกือบ 7 ปี โดยเทียบตั้งแต่หุ้นยืนที่ระดับ 2.28 บาท เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2562

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTB กล่าวว่า การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 ต่อเนื่องจากโครงการครั้งที่ 2 ที่ธนาคารสามารถทำได้เร็วกว่ากำหนดเดิม ส่งผลให้สามารถเลื่อนระยะเวลาของทั้งโครงการ จากภายในปี 70 มาดำเนินการได้ภายในปี 69 ภายใต้วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท

โครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 นี้ ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยธนาคารจะนำวงเงินส่วนที่เหลือจากโครงการครั้งที่ 1 และ 2 มูลค่า 9,614 ล้านบาท มาใช้ในการซื้อหุ้นคืน เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.-19 ส.ค. 69 สะท้อนการบริหารแผน Capital Management อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น

อีกสองเรื่องถัดมา คือ การขออนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 68 ในอัตรา 60% ของกำไรสุทธิ เท่ากับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ จากความสำเร็จของโครงการซื้อหุ้นคืน 2 ครั้งแรก สามารถซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้น 5,783 ล้านหุ้น ส่งผลให้อัตราเงินปันผลต่อหุ้น (Dividend Per Share) ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยอัตราเงินปันผลในเบื้องต้นจะอยู่ในช่วง 0.068-0.071 บาทต่อหุ้น เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายไปแล้ว 0.066 บาท จะรวมเป็นอัตราเงินปันผลของทั้งปี 68 ที่ 0.134-0.137 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.13 บาท ในปี 67 หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูง 6-7%

ทั้งนี้ ธนาคารจะแจ้งอัตราเงินปันผลที่เป็นอัตราสุดท้าย ในวันที่ 31 มี.ค. 69 เพื่อรวมผลของจำนวนหุ้นที่จะลดลงจากการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 ที่กำลังจะเริ่มขึ้น และมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 เม.ย. 69 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 20 พ.ค. 69

และจากการประมาณการระดับเงินกองทุนภายหลังการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนภายใต้วงเงิน 21,000 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผลประจำปี 68 พบว่า อัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ยังคงอยู่ในระดับสูงที่สูงกว่า 19% ซึ่งเป็นระดับที่เทียบเคียงได้กับธนาคาร D-SIBs แห่งอื่น ๆ และยังคงสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท.ที่กำหนดไว้ที่ 12.0% อย่างมีนัยสำคัญ

จากสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ประกอบกับระดับกำไรสุทธิที่ยังไม่ได้จัดสรร ซึ่งอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 12,300 ล้านบาท เป็นปัจจัยช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับแผน Capital Management และเป็นที่มาของแผนการขยายโครงการซื้อหุ้นคืน โดยธนาคารมีแผนเพิ่มเพดานวงเงินซื้อหุ้นคืนจากเดิม 21,000 ล้านบาท เป็น 35,000 ล้านบาท และขยายเวลาโครงการจากระยะ 3 ปี เพิ่มเป็น 4 ปี ครอบคลุมปี 68-71

ภายใต้การขยายเพดานวงเงินซื้อหุ้นคืนเป็น 35,000 ล้านบาท ธนาคารคาดว่าจำนวนหุ้นซื้อคืนจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 18% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

ดังนั้นเพื่อความโปร่งใสและเพื่อเป็นการให้ข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุนอย่างทั่วถึง ธนาคารจึงนำเรื่องเข้าขออนุมัติจากที่ประชุม AGM แม้ว่าการขยายโครงการดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นรายการที่ต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก็ตาม ทั้งนี้ ธนาคารจะดำเนินการขอความเห็นชอบต่อแผนการขยายโครงการซื้อหุ้นคืนจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องต่อไป

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เผยว่า TTB ประกาศขยายแผนซื้อหุ้นคืนจากเดิม 3 ปี (2568–2570) เป็น 4 ปี (2568–2571) พร้อมเพิ่มวงเงินรวมเป็น 35,000 ล้านบาท จากเดิม 21,000 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนหุ้นซื้อคืนมีโอกาสเพิ่มจาก 10% ของหุ้นที่ชำระแล้ว เป็นราว 18% หากดำเนินการครบตามแผน

ซึ่งการเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาโครงการ จะช่วยบริหารผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในช่วงที่การเติบโตของธุรกิจหลักยังไม่เร่งตัว โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ อีกทั้งเป็นการเตรียมรับมือกับแรงกดดันกำไรในปี 2570 จากการกลับมาจ่ายภาษีในอัตราปกติ จึงถือเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในหุ้น TTB

ขณะเดียวกัน ธนาคารประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง 2568  ที่ 0.068–0.071 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราจ่ายปันผล 60% ของกำไรสุทธิ ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 เม.ย. 2569 และจ่ายปันผลวันที่ 20 พ.ค. 2569

ก่อนหน้านี้ TTB ได้จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.066 บาทต่อหุ้น ทำให้ทั้งปี 2568 จะจ่ายปันผลรวม 0.134–0.137 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยประมาณ 6.4–6.5% ต่อปี จึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” หุ้น TTB ให้ราคาเป้าหมาย 2.05 บาท และอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการเพิ่มเติม โดยมองว่าประเด็นซื้อหุ้นคืนที่ขยายวงเงินครั้งนี้ เป็นตัวแปรหลักที่ตลาดจะให้น้ำหนักในระยะถัดไป

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด มีมุมมองเชิงบวกต่อแผนซื้อหุ้นคืนรอบที่ 3 ของ TTB หลังแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมใช้งบ 9,614 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 4,831 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 20 ก.พ.–19 ส.ค. 2569 พร้อมกันนี้ ธนาคารยังขยายวงเงินโครงการซื้อหุ้นคืนรวมจาก 21,000 ล้านบาท เป็น 35,000 ล้านบาท และขยายกรอบเวลาโครงการจากเดิมสิ้นสุดปี 2570 ออกไปถึงปี 2571 สะท้อนฐานะเงินกองทุนที่แข็งแรงและมีส่วนเกินเพียงพอ

สำหรับการซื้อหุ้นคืนจะทำให้จำนวนหุ้นในตลาดลดลง ส่งผลให้กำไรต่อหุ้น (EPS) สูงขึ้นโดยอัตโนมัติ และช่วยหนุนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ หาก TTB ใช้วงเงินใหม่ครบทั้งหมด คาดว่า EPS จะเพิ่มขึ้น 5–10% ในช่วงปี 2569–2571 ส่วน ROE จะเพิ่มขึ้นราว 0.14–0.40% โดย ROE มีแนวโน้มอยู่ที่ 8.6% ในปี 2569, 7.2% ในปี 2570 และ 7.6% ในปี 2571

อีกปัจจัยสำคัญคือ ปี 2570 ธนาคารจะหมดสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วน ซึ่งอาจทำให้กำไรชะลอลง การซื้อหุ้นคืนจึงเป็นเครื่องมือช่วยลดผลกระทบดังกล่าว ทำให้กำไรต่อหุ้นไม่ลดลงแรง

แนะนำ “ถือ” หุ้น TTB ให้ราคาเป้าหมายพื้นฐานที่ 2.00 บาท และประเมินว่าหากรวมผลบวกจากโครงการซื้อหุ้นคืนทั้งหมด อาจเพิ่มมูลค่าได้อีก 0.20 บาท ทำให้ราคาเป้าหมายขยับเป็น 2.20 บาท พร้อมประเมินค่า PBV ที่เหมาะสมใหม่ที่ 0.8 เท่า จากแนวโน้ม ROE และอัตราการจ่ายเงินปันผลที่มีโอกาสสูงขึ้น

Back to top button