
“กรุงศรี” ชู KBANK-KTB หุ้นเด่นกลุ่ม “แบงก์” รับยอดสินเชื่อ เม.ย. โต 0.6%
“บล.กรุงศรี” เผยสินเชื่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์เดือน เม.ย. 2569 ขยายตัว 0.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า รับแรงหนุนจากสินเชื่อธุรกิจ คงน้ำหนักลงทุน "เท่ากับตลาด" พร้อมยก KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่นประจำกลุ่ม
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อย (Slightly Positive) ต่อการรายงานตัวเลขสินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ประจำเดือนเมษายน 2569 โดยภาพรวมพบว่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งได้รับแรงหนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อธุรกิจ ในขณะที่กลุ่มสินเชื่อภาครัฐ สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และสินเชื่อรายย่อยมีการปรับตัวลดลง
ขณะที่เดือนนี้ธนาคารส่วนใหญ่รายงานสินเชื่อเติบโตเด่นสุดนำโดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มียอดสินเชื่อเติบโตสูงสุดที่ 1.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จากแรงหนุนของสินเชื่อธุรกิจ ตามมาด้วย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP เติบโต 1.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จากความโดดเด่นของสินเชื่อธุรกิจและ SME
ถัดมาคือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เติบโต 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จากความคาดหวังในสินเชื่อธุรกิจ ด้าน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB มีการเติบโตเท่ากันที่ 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จากสินเชื่อธุรกิจ ส่วน บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เติบโต 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า จากปัจจัยสินเชื่อธุรกิจเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เป็นธนาคารเพียงแห่งเดียวที่รายงานยอดสินเชื่อหดตัวลง 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ทั้งนี้ หากพิจารณาภาพรวมสินเชื่อของกลุ่มธนาคารนับตั้งแต่ต้นปี พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% นับตั้งแต่ต้นปี โดย SCB มีการเติบโตโดดเด่นที่สุดที่ 3.5% นับตั้งแต่ต้นปี ตามด้วย BBL เติบโต 3.0% นับตั้งแต่ต้นปี KTB เติบโต 2.7% นับตั้งแต่ต้นปี KKP เติบโต 2.4% นับตั้งแต่ต้นปี และ KBANK เติบโต 0.3% นับตั้งแต่ต้นปี ในทางกลับกัน ธนาคารที่รายงานยอดสินเชื่อหดตัว ได้แก่ TISCO ลดลง 0.7% นับตั้งแต่ต้นปี และ TTB ลดลง 2.1% นับตั้งแต่ต้นปี
ด้านสภาพคล่องของเดือนเมษายน 2569 กลุ่มธนาคารพาณิชย์รายงานยอดเงินฝากเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และหากเปรียบเทียบกับสิ้นปีก่อนหน้า พบว่าเงินฝากของกลุ่มธนาคารปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.0% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (L/D ratio) ของเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 81.8% ซึ่งปรับตัวลดลงจากระดับ 82.7% ในเดือนมีนาคม 2569
ฝ่ายวิจัย บล.กรุงศรี มองว่าธนาคารพาณิชย์ยังคงมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพเป็นหลัก เนื่องจากมีความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและปัญหาหนี้เสียคอยกดดัน จึงคงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มธนาคารไว้ที่ระดับ “เท่ากับตลาด” (NEUTRAL)
สำหรับภาพรวมในปี 2569 คาดการณ์ว่าปัจจัยหลักที่จะช่วยพยุงกำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ 1) การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย ทั้งต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) และค่าใช้จ่ายตั้งสำรอง (Credit Cost) และ 2) การเติบโตของรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) รวมถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ธนาคารสามารถควบคุมได้ สะท้อนจากอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ระดับ 204%
พร้อมกันนี้ บล.กรุงศรี ยังคงแนะนำ KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่นประจำกลุ่ม (Top Pick) โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น KBANK ประเมินราคาเป้าหมายที่ 232 บาท และแนะนำ “ซื้อ” หุ้น KTB ประเมินราคาเป้าหมายที่ 38 บาท

