
แรงขายทำกำไร กด SET ปิดเช้าลบ 5 จุด แนวโน้มบ่ายซึมตัวลง
SET ปิดเช้าลบ 5 จุด นักลงทุนเริ่มระมัดระวังและมีแรงขายทำกำไรเพื่อรับมือความผันผวนระยะสั้น แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งซึมตัวลง ให้กรอบแนวรับ 1,466 จุด ถัดไป 1,455 จุด และแนวต้าน 1,478 จุด
10 หุ้นกดดัชนีเช้านี้
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดเช้าวันนี้ที่ 1,475.03 จุด ลดลง 5.21 จุด (-0.35%) มูลค่าซื้อขายราว 41,806 ล้านบาท
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝายวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับลง ระยะสั้น Upside ของดัชนีและหุ้นหลายตัวเริ่มจำกัด หลัง SET วิ่งขึ้นต่อเนื่องมากว่า 230 จุด แม้ทิศทางเงินทุนไหลเข้ายังแกร่งแต่การปรับเพิ่มกำไรบริษัทจดทะเบียนหลายกลุ่มยังจำกัด ทำให้นักลงทุนเริ่มระมัดระวังและมีแรงขายทำกำไรเพื่อรับมือความผันผวนระยะสั้น
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศช่วง 2 วันที่ผ่านมา ตลาดหุ้นชะลอตัวจากความกังวลความเสี่ยงที่ AI อาจกระทบหลายอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่ม Cyber Security และกลุ่มชำระเงิน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเหล่านี้ปรับตัวลดลง ระยะสั้นบรรยากาศการลงทุนในต่างประเทศมีการหมุนเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยีจากที่ก่อนหน้าไหลเข้าไปค่อนข้างมาก และปัจจุบันมองว่าการเติบโตอาจชะลอลง และ Valuation สูง นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง กระจายการลงทุนไปยังกลุ่มอื่น รวมถึงสินทรัพย์อื่น ๆ ซึ่งเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทยด้วย อย่างไรก็ตาม ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นมาค่อนข้างมาก ระยะสั้นนักลงทุนจึงเพิ่มความระมัดระวังด้วยเช่นกัน
แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งซึมตัวลง แรงซื้อเริ่มชะลอเพื่อรอความชัดเจนการปรับ EPS หุ้นไทยและราคาเหมาะสม ขณะที่วันพรุ่งนี้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รวมทั้งเกาะติดการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งจะส่งผลต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยให้กรอบแนวรับแรก 1,466 จุด ถัดไป 1,455 จุด และแนวต้าน 1,478 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,497.22 ล้านบาท ปิดที่ 199.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 3,363.58 ล้านบาท ปิดที่ 50.50 บาท ลดลง 0.75 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,080.50 ล้านบาท ปิดที่ 36.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,940.95 ล้านบาท ปิดที่ 51.75 บาท ลดลง 1.75 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,819.76 ล้านบาท ปิดที่ 245.00 บาท ลดลง 3.00 บาท

