พักฐาน! เพื่อวิ่งต่อ?

วานนี้ดัชนีหุ้นไทยวิ่งขึ้นมาสูงสุด 1,506 จุด (+26.37 จุด) จากนั้น ดัชนีค่อย ๆ ย่อตัวลงมา และร่วงอยู่ในแดนลบ ช่วงเวลา 15.15 น.


วานนี้ดัชนีหุ้นไทยวิ่งขึ้นมาสูงสุด 1,506 จุด (+26.37 จุด)

จากนั้น ดัชนีค่อย ๆ ย่อตัวลงมา และร่วงอยู่ในแดนลบ ช่วงเวลา 15.15 น. โดยลงมาที่ระดับต่ำสุด 1,468.02 จุด (-11.69จุด) แล้วขยับขึ้นมา จนสามารถปิดในแดนบวกได้ที่ 1,480.24 จุด บวก 0.53 จุด

ส่วนมูลค่าการซื้อขายยังคงหนาแน่นที่ 85,887 ล้านบาท

ดัชนีที่ขึ้นมายืนเหนือ 1,500 จุด

และมาเคลื่อนไหวระหว่าง 1,505-1,510 จุด เป็นช่วงกรอบดัชนีที่นักวิเคราะห์ต่างประเมินหรือคาดกันแล้วว่า น่าจะเกิดการ “พักฐาน” ที่บริเวณนี้นั่นแหละ

จากนั้น ดัชนีน่าจะย่อลงไป โดยมีแนวรับคือ 1,475 จุด

ซึ่งเมื่อวานนี้ หากจะถามว่า “หลุดแนวรับไหม”

คำตอบคือ “หลุด”

แต่อย่างที่เห็นคือ ดัชนีจะหลุดแนวรับเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และสามารถขึ้นมาปิดในแดนบวกได้

ลักษณะเช่นนี้ ในทางเทคนิคถือว่าแนวรับค่อนข้างแข็งแรง

จริงแล้ววานนี้ดัชนีควรจะปิดในแดนลบ หากไม่ได้ “เดลต้าฯ” DELTA มาช่วยประคองไว้ประมาณ 14 จุด

เพราะหุ้นที่ถูกฟันด์โฟลว์เข้ามาไล่ซื้อก่อนหน้านี้ ได้ถูก “ขายทำกำไร” กันออกมาอย่างสนุกสนาน เช่น บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT ปิดลง -5.31%

หรือ บมจ.ปตท. PTT ที่ติดลบ -1.35%

บมจ.ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK  ลงมา -1.95%

เช่นเดียวกับ CPALL BBL SCB KTB ที่ปรับลงมาระหว่าง 1.00-1.5% กันถ้วนหน้า

ส่วน ปตท.สผ PTTEP วานนี้ขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังอีก 4.65 บาท ทำให้ราคาลดลง -3.00 บาท เปลี่ยนแปลง -2.19% ถือว่าราคาที่ลงมายังน้อยกว่าเงินปันผล

การซื้อขายระหว่างวันของวานนี้ ส่วนตัวเมื่อมองหุ้นที่ปรับลงมา แล้วฟันธงได้ทันทีว่า ต่างชาติ “ขายแน่นอน”

แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ โดยต่างชาติขายสุทธิออกมา 718 ล้านบาท แต่ไม่ถือว่ามากนัก

ส่วนที่กระหน่ำขายอย่างมันมือ คือ นักลงทุนสถาบันที่ขายสุทธิ 1,172 ล้านบาท ทำให้นับจากต้นปี สถาบันขายหุ้นไทยออกมาแล้วกว่า 37,793 ล้านบาท

ส่วนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิอยู่ราว ๆ 56,709 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ประเมินว่า หุ้นพักฐานรอบนี้ ยังมีโอกาสที่ดัชนีจะเดินหน้าต่อไปได้อีก

ล่าสุด บล.กรุงศรี ขยับเป้าดัชนีปี 2569 ขึ้นมาที่ 1,600 จุด

ส่วนของเอเชีย พลัส ประเมินไว้ที่บริเวณ 1,580 จุด +/- เล็กน้อย

แต่ดัชนีอาจจะยังไม่ได้วิ่งขึ้นมาในรอบนี้ทีเดียว ซึ่งน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,470-1510 จุด อีกสักพัก เว้นแต่หากมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ ดัชนีอาจจะย่อลงมาที่ 1,450 จุด ได้ เช่น มาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ที่ยังยากจะคาดเดาว่า “ทรัมป์” จะใช้แผนไหนต่อไป

ส่วนปัจจัยภายใน ยังต้องติดตามเรื่อง “การรับรองผลการเลือกตั้ง”

ทว่าประเด็นปัจจัยเรื่องการเมืองในประเทศนั้น เท่าที่ตรวจสอบดูเหมือนว่า นักลงทุนต่างชาติจะมองข้ามชอร์ตไปแล้วล่ะ คือ เหมือนไม่ได้ให้น้ำหนักในส่วนนี้มากนัก

ไม่อย่างนั้น คงไม่ทุ่มเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อหุ้นไทยในช่วงเวลาเพียง 10 วันเท่านั้น

หุ้นที่ควรระวังคือ หุ้นที่ต่างชาติเข้าซื้อก่อนหน้านี้ เพราะมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขายทำกำไรต่อไปได้อีก

ทีนี้พอหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ร่วงลง จากการถูกขายทำกำไร

จะส่งผลเซนติเมนต์เชิงลบไปยังหุ้นขนาดกลางและเล็กด้วย  ที่ราคาหุ้นมีโอกาสขยับลงตามมาเช่นกัน เว้นแต่ จะมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวที่แข็งแกร่งจริง ๆ หรือกำไรไตรมาส 4/68 ออกมาแข็งแรงมาก ๆ

Back to top button