
AOT บวก 4% เก็งเก็บค่า PSC ใหม่ 1,120 บาท ดีเดย์ 20 มิ.ย.นี้! หนุนรายได้เพิ่ม
AOT บวกต่อ 4% ปัจจัยบวกปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารขาออกต่างประเทศเป็น 1,120 บาท เริ่ม 20 มิ.ย.นี้ โบรกมองหนุนกำไรปี 2570 โตเด่นแตะ 3 หมื่นล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 มิ.ย.69) ราคาหุ้นหุ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ณ เวลา 12:05 น. อยู่ที่ระดับ 58.50 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 4.00% ราคาสูงสุด 59.00 บาท ราคาต่ำสุด 55.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 4,115.68 ล้านบาท

ทั้งนี้ แรงซื้อหุ้น AOT ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่ตลาดรับรู้ข่าวการปรับขึ้นอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ หรือ Passenger Service Charge (PSC) เป็น 1,120 บาทต่อคน จากเดิม 730 บาทต่อคน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
ก่อนหน้านี้ AOT แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทจะปรับอัตราค่าบริการ PSC สำหรับผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ครอบคลุมท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ขณะที่ค่าบริการผู้โดยสารภายในประเทศยังคงอัตราเดิมที่ 130 บาทต่อคน เพื่อสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐ
นางสาวปวีณา จริยรู้ดีพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT เปิดเผยว่า การปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อรองรับต้นทุนการดำเนินงานและการลงทุนระยะยาวของบริษัท โดยเฉพาะการยกระดับความปลอดภัย มาตรฐานการให้บริการ และขีดความสามารถในการรองรับจำนวนผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมผลักดันท่าอากาศยานไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค และสนามบินมาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ AOT ยืนยันว่า ค่าบริการ PSC ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่รายได้เพื่อแสวงหากำไร แต่เป็นรายได้ที่นำไปใช้เฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับท่าอากาศยานเท่านั้น โดยการปรับอัตราดังกล่าวยังต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง สะท้อนถึงกระบวนการกำกับดูแลที่โปร่งใสและรอบคอบ
สำหรับรายได้จากค่า PSC จะนำไปใช้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสาร อาทิ โครงการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 หรือ SAT-1 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง รวมถึงการนำระบบบริการผู้โดยสารอัตโนมัติ หรือ CUPPS มาใช้ เพื่อลดระยะเวลารอคอย เพิ่มความคล่องตัวในการเช็กอิน และยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร
นอกจากนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้โดยสารและสายการบิน พบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เห็นว่าอัตรา PSC ใหม่อยู่ในระดับเหมาะสม และไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง ขณะที่สายการบินมีความเห็นสอดคล้องกับแนวทางการปรับอัตราดังกล่าว พร้อมเสนอให้ AOT พัฒนาคุณภาพการให้บริการควบคู่กัน ซึ่งบริษัทได้นำข้อเสนอแนะดังกล่าวมาปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ด้านฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า การปรับขึ้นค่า PSC จะเป็นปัจจัยบวกต่อผลการดำเนินงานของ AOT อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะปี 2570 ซึ่งจะรับรู้รายได้จากอัตราใหม่เต็มปี พร้อมประเมินกำไรปกติปี 2570 หรือรอบบัญชีตุลาคม 2569-กันยายน 2570 อยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท เติบโต 30% จากปีก่อน และมีแนวโน้มขยายตัวเด่นตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 ต่อเนื่องถึงครึ่งแรกปี 2570 ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ ROE คาดอยู่ที่ราว 20% สูงสุดในกลุ่มท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน แผนเพิ่มรายได้ระยะถัดไป โดยเฉพาะการจัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารต่อเครื่อง หรือ Transfer & Transit ซึ่งยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นประเด็นที่น่าติดตาม เนื่องจากสอดรับกับยุทธศาสตร์การผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค โดยเฉพาะการรองรับผู้โดยสารต่อเครื่องระหว่างประเทศ หลังผู้โดยสารกลุ่ม Transfer & Transit เส้นทางระหว่างประเทศในช่วงไตรมาสแรกปี 2569 หรือระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2568 อยู่ที่ 1.10 ล้านคน เติบโต 10% จากปีก่อน สูงกว่าผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศในช่วงเดียวกันที่ทรงตัว

