
PTT-PTTEP นำกลุ่มพลังงานร่วง! รับแรงกดดันน้ำมันดิบวูบใกล้ 80 เหรียญ หลังฮอร์มุซคลี่คลาย
PTT-PTTEP กดดันกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบปรับฐานรูดใกล้ 80 หรียญ จากแรงคลายกังวลสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่โบรก มอง PTTEP ยังเหมาะ “ถือ” รอจังหวะลงทุนระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 มิ.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ณ เวลา 11:07 น. อยู่ที่ระดับ 35.25 บาท ลบ 0.75 บาท หรือ 2.08% ราคาสูงสุด 36.00 บาท ราคาต่ำสุด 35.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,737.47 ล้านบาท
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP อยู่ที่ระดับ 137.50 บาท ลบ 5.00 บาท หรือ 3.51% ราคาสูงสุด 140.00 บาท ราคาต่ำสุด 137.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,402.42 ล้านบาท
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC อยู่ที่ระดับ 32.00 บาท ลบ 2.00 บาท หรือ 5.88% ราคาสูงสุด 33.25 บาท ราคาต่ำสุด 31.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 780.79 ล้านบาท
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL อยู่ที่ระดับ 21.70 บาท ลบ 0.90 บาท หรือ 3.98% ราคาสูงสุด 22.50 บาท ราคาต่ำสุด 21.70 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 262.92 ล้านบาท
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP อยู่ที่ระดับ 43.25 บาท ลบ 1.25 บาท หรือ 2.81% ราคาสูงสุด 44.50 บาท ราคาต่ำสุด 43.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 387.30 ล้านบาท
สำหรับหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันระยะสั้น หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง จากแรงคลายกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง ภายหลังมีรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติความขัดแย้ง และเปิดทางให้การขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติมากขึ้น
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ส่วนเพิ่มความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือ Geopolitical Risk Premium ในราคาน้ำมันลดลง กดดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับฐาน ซึ่งเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นกลุ่มสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยเฉพาะ PTTEP ซึ่งมีรายได้และอัตรากำไรสัมพันธ์กับทิศทางราคาน้ำมันและราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ยังคงคำแนะนำ “ถือ” ต่อ PTTEP ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 165 บาท โดยมองว่าหลังผ่านช่วงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และราคาน้ำมันดิบปรับฐานแล้ว หุ้น PTTEP จะกลับมาน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาวมากขึ้น สะท้อนว่าในระยะสั้นราคาหุ้นอาจยังถูกกดดันจากทิศทางราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง
ทั้งนี้ บล.กรุงศรี คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 2/2569 ของ PTTEP จะอยู่ที่ราว 2.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของปี โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณขายที่ 540 KBOED เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงราคาขายเฉลี่ย หรือ ASP ที่ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 53.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูงตลอดไตรมาส จากผลกระทบของการปิดช่องแคบฮอร์มุซก่อนหน้านี้ ดังนั้น หากสถานการณ์ฮอร์มุซคลี่คลายและราคาน้ำมันดิบปรับฐานต่อเนื่อง อาจทำให้แรงหนุนต่อราคาขายเฉลี่ยและแนวโน้มกำไรของ PTTEP ในระยะถัดไปลดลง
ขณะเดียวกัน บล.กรุงศรี ยังประเมินปัจจัยบวกระยะยาวจากความคืบหน้าการลดต้นทุนแหล่งผลิตในอ่าวไทย ภายใต้แผน GoT SAVE ผ่านการปรับรูปแบบการก่อสร้างแท่นผลิตและการนำชิ้นส่วนกลับมาใช้ใหม่ โดยคาดว่าจะช่วยประหยัดเงินลงทุน หรือ CAPEX ได้ราว 208 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงความร่วมมือกับ China Offshore Oil Engineering หรือ COOEC ซึ่งเป็นผู้รับเหมาด้าน Offshore Oil and Gas รายใหญ่ของเอเชีย ที่อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการพัฒนาแหล่งผลิตในอนาคต
ดังนั้น ภาพรวมระยะสั้นของ PTTEP ยังมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับฐาน หลังสถานการณ์ฮอร์มุซคลี่คลาย ขณะที่ปัจจัยบวกด้านการลดต้นทุนและกระแสเงินสดยังเป็นประเด็นหนุนในระยะยาว

