
“สหรัฐ” สงบศึก “อิหร่าน” เปิด “เฮอร์มูซ” น้ำมันดิบวูบใกล้ 80 เหรียญ หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด
“ทรัมป์” ประกาศสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยุติปิดล้อมทางทะเล กดราคาน้ำมันดิบร่วงใกล้ 80 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นไทยรับแรงบวกทะลุ 1,600 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 04:29 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันแล้ว พร้อมแสดงความยินดีกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา ทำเนียบขาว (The White House) ได้เผยแพร่ข้อความในลักษณะเดียวกันผ่านบัญชีสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ โดยมีเนื้อหาสอดคล้องกับที่นายทรัมป์ได้โพสต์ไว้ก่อนหน้านี้
นายทรัมป์ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้เดินเรือโดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม และสหรัฐอเมริกาจะยุติมาตรการปิดล้อมทางทะเลโดยมีผลทันที พร้อมกล่าวข้อความว่า “เรือทั่วโลก จงเดินเครื่องได้เลย ปล่อยให้น้ำมันไหล”
ต่อมา เมื่อเวลา 05:27 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย นายทรัมป์ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติม ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะนำมาซึ่งสันติภาพและความมั่นคงให้แก่ภูมิภาค พร้อมระบุว่า ผู้นำสหรัฐอเมริกาหลายคนก่อนหน้านี้เคยพยายามสร้างสันติภาพกับอิหร่าน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ (15 มิถุนายน 2569) หลังประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้การเดินเรืออีกครั้ง
โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 4.8% มาอยู่ที่ระดับ 80.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 3.9% มาอยู่ที่ระดับ 83.89 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะเดียวกัน ดัชนีตลาดหุ้นไทย ณ เวลา 10:03 น. ปรับตัวอยู่ที่ระดับ 1,607.12 จุด เพิ่มขึ้น 14.71 จุด หรือ 0.92% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 23,305.57 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน และแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่
ด้านบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ โดยให้แนวต้านที่ระดับ 1,610–1,620 จุด และแนวรับที่ 1,582–1,575 จุด ภายหลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุกรอบข้อตกลงสันติภาพ และมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ภาวะการลงทุนอยู่ในโหมดรับความเสี่ยง (Risk On) ในตลาดเกิดใหม่เอเชีย
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับตัวลดลงอยู่ในช่วง 83–85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนกระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาคเอเชีย

