
MTC ดีดบวก 2% โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 42 บาท ชี้จุดแข็งสินเชื่อคุณภาพ-กำไรโต
MTC เด้ง 2% บล.เมย์แบงก์ แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 42.00 บาท ชูจุดเด่นกลยุทธ์เน้นปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมูลค่าต่อสัญญาต่ำ ช่วยรักษาสถานะคุณภาพสินทรัพย์ให้แข็งแกร่ง คาดกำไรสุทธิปี 2569 เติบโต 7% พร้อมเดินหน้าบริหารเงินทุนคุมสัดส่วน D/E ลดเหลือ 3 เท่า หวังอัพเกรดเครดิตเรตติ้งสู่ระดับ A ในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ก.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ณ เวลา 10:49 น. อยู่ที่ระดับ 32 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 1.59% สูงสุดที่ระดับ 32.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 31.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 206.81 ล้านบาท
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ระบุว่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น MTC ราคาเป้าหมาย 42.00 บาท (อิงตามค่า PER ปี 2569 ที่ 12.4 เท่า และ P/BV ที่ 1.8 เท่า) เนื่องจาก MTC เน้นการปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่มีมูลค่าต่อสัญญาต่ำ (Small ticket size) และสามารถเข้าถึงชุมชนในท้องถิ่นได้ดี ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้มีเสถียรภาพและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
สำหรับทิศทางสินเชื่อในปี 2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรบางส่วนยังมีความลังเลที่จะกู้ยืมเงินเพื่อทำการเกษตร อันเป็นผลมาจากปัญหาราคาปุ๋ยและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2569 จะยังคงสามารถเติบโตได้ 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ประเมินว่าภาครัฐมีแนวโน้มที่จะเร่งออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกรเพิ่มเติมในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
ด้านประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MTC ได้เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้คาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 8.0% ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของทางเมย์แบงก์ เนื่องจากปัจจุบัน MTC ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์มากกว่าการเร่งการเติบโตของยอดสินเชื่อ โดยคาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้นจากการมุ่งเน้นสินเชื่อมีหลักประกันขนาดเล็ก เช่น สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลดการปล่อยสินเชื่อขนาดใหญ่และหลีกเลี่ยงการปล่อยสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน
ทั้งนี้ วงเงินเฉลี่ยของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 30,000 บาทต่อสัญญา ทำให้ลูกค้ามีภาระการผ่อนชำระเพียงเดือนละประมาณ 2,000 บาท ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าความเสี่ยงดีที่สุด (Best risk-adjusted return) นำไปสู่อัตราการจัดเก็บเงินสดที่มีประสิทธิภาพและรักษาสถานะคุณภาพสินทรัพย์ให้แข็งแกร่ง
ในด้านการบริหารจัดการเงินทุน MTC จะยังคงรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลไว้ที่ระดับ 10% ในระยะสั้น เนื่องจากบริษัทมีเป้าหมายหลักที่จะลดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) ลงมาอยู่ที่ระดับ 3 เท่า เพื่อปรับปรุงและผลักดันอันดับเครดิตเรตติ้งให้สูงขึ้นเป็นระดับ A โดยปัจจุบันอันดับเครดิตเรตติ้งของ MTC เพิ่งได้รับการปรับเพิ่มจากระดับ BBB+ ขึ้นมาอยู่ที่ A- นอกจากนี้ คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
อย่างไรก็ตาม ประเด็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม คือคุณภาพสินทรัพย์ที่อาจอ่อนแอลง รวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตทางการเกษตรในประเทศไทย และลุกลามไปกระทบต่อรายได้สุทธิ (Disposable income) ของกลุ่มลูกค้าเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 30% ของฐานลูกค้าทั้งหมดของ MTC


