BLAND ปิดเช้าพุ่ง 26% รับอานิสงส์ ADVANC ผนึกกำลังปั้นเมืองทองสู่ Hub คอนเสิร์ตใหญ่

BLAND ปิดเช้าพุ่ง 26% รับปัจจัยบวกหลัง ADVANC ประกาศจับมือ BLAND ร่วมทุนทรานส์ฟอร์มเมืองทองธานีสู่ Hub Connectivity City ดึงเทคโนโลยีอัจฉริยะรองรับงานอีเวนต์และคอนเสิร์ตใหญ่ระดับโลก ดันศักยภาพธุรกิจโตแกร่ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ก.ค. 69) ราคาหุ้น บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BLAND ปิดตลาดภาคเช้า ณ เวลา 12:30 น. อยู่ที่ระดับ 0.58 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 26.09% สูงสุดที่ระดับ 0.59 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 0.49 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 92.54 ล้านบาท

ราคาหุ้น BLAND ปรับตัวขึ้น หลังบริษัทประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC หรือ AIS เพื่อพัฒนาพื้นที่เมืองทองธานีกว่า 4,000 ไร่ สู่เมืองอัจฉริยะต้นแบบของประเทศไทย

ความร่วมมือดังกล่าวดำเนินการภายใต้แนวคิด “Muang Thong NEXT: The Smart & Connected City” โดย AIS จะนำเครือข่าย 5G บริการอินเทอร์เน็ตบ้าน และโซลูชันสำหรับองค์กรเข้ามายกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของเมืองทองธานีอย่างครบวงจร

โครงการนี้มีเป้าหมายพัฒนาเมืองทองธานีจากศูนย์กลางการจัดงานและอีเวนต์ระดับประเทศ สู่ Hub Connectivity City ที่เชื่อมโยงระบบนิเวศภายในเมือง ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน การศึกษา ความบันเทิง ธุรกิจ การจัดงาน การเดินทาง ความปลอดภัย และโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต

สำหรับการพัฒนาโครงข่ายสื่อสาร AIS จะติดตั้งและยกระดับเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ พร้อมเตรียมพัฒนาสู่เทคโนโลยี 5G-Advanced ผ่านการรวมคลื่นความถี่ เพื่อเพิ่มความเร็ว ลดความหน่วง และรองรับการใช้งานพร้อมกันของผู้ใช้จำนวนมาก

โครงข่ายดังกล่าวจะรองรับการใช้งานในศูนย์ประชุม พื้นที่จัดคอนเสิร์ต และอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมหลักหมื่นคน รวมถึงบริการไลฟ์สตรีม Immersive Experience, Extended Reality, Hologram และการถ่ายทอดสดคุณภาพสูงแบบเรียลไทม์

ด้านที่อยู่อาศัย AIS จะนำบริการ AIS 3BB Fibre3 และเทคโนโลยี WiFi 7 เข้ามายกระดับบ้าน คอนโดมิเนียม และชุมชนภายในเมืองทองธานี ให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพ พร้อมรองรับบริการ Smart Home, Work from Home, Telemedicine และระบบติดตามสุขภาพทางไกล

สำหรับภาคธุรกิจ จะมีการนำโซลูชัน Hyper Connectivity, Sovereign Cloud, Data Center และ AI Solutions เข้ามาสนับสนุนอาคารสำนักงานและผู้ประกอบการ เพื่อเร่งกระบวนการ Digital Transformation รองรับการเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ระดับโลก การวิเคราะห์ข้อมูล และบริการ Managed Service

ขณะเดียวกัน AIS จะยกระดับประสบการณ์ภายในศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม IMPACT ด้วยเครือข่าย WiFi และระบบเชื่อมต่อที่รองรับผู้ร่วมงานจำนวนมาก เพื่อให้การสื่อสาร ธุรกรรม และกิจกรรม Digital Engagement ของผู้จัดงานและผู้แสดงสินค้าดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังเตรียมต่อยอดบริการ 5G VIP Ultra และ Boost Mode บนเครือข่าย 5G SA เพื่อเพิ่มความเร็วและเสถียรภาพในการใช้งานสำหรับผู้ร่วมงานและผู้ใช้บริการภายในพื้นที่

โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจะถูกนำไปต่อยอดสู่ระบบบริหารเมืองอัจฉริยะ ครอบคลุม AI CCTV, Smart Access, Digital Signage, Smart Meter, IoT, ระบบชำระเงินดิจิทัล, Data Analytics, Digital Library, Virtual Classroom และ Cyber Security

ข้อมูลจากศูนย์ประชุม พื้นที่ธุรกิจ ที่พักอาศัย ศูนย์การค้า สถานศึกษา หน่วยงานด้านความมั่นคง และพื้นที่สาธารณะ จะเชื่อมเข้าสู่ Smart City Data Platform และระบบ Digital Twin เพื่อให้ผู้บริหารสามารถติดตามและวิเคราะห์ภาพรวมของเมืองได้แบบเรียลไทม์

ระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจร พลังงาน การใช้พื้นที่ และความปลอดภัย พร้อมสร้างประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ให้แก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชนภายในเมืองทองธานี

นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BLAND กล่าวว่า แนวคิด Smart & Connected City ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้บริหารเมือง แต่เป็นการทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในเมืองทำงานได้อย่างชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ

เทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้แนวคิด Live-Work-Play-Learn เกิดขึ้นได้จริง ผ่านการเชื่อมโยงการอยู่อาศัย การทำงาน ความบันเทิง และการเรียนรู้เข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูล บริการ กิจกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกได้สะดวกยิ่งขึ้น

ในด้านการศึกษา เทคโนโลยีจะช่วยสนับสนุนระบบนิเวศการเรียนรู้ ขณะที่ภาคธุรกิจสามารถนำระบบดิจิทัลไปต่อยอดบริการ เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่

ส่วนการบริหารเมือง เทคโนโลยีอย่าง Smart AI CCTV, Smart Traffic Management System และระบบข้อมูล จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความคล่องตัว และประสิทธิภาพในการรองรับผู้คนจำนวนมาก

นายพอลล์กล่าวว่า ความร่วมมือกับ AIS ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันเมืองทองธานีสู่การเป็น Hub Connectivity City ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิต การทำงาน ความบันเทิง การเรียนรู้ และโอกาสทางธุรกิจไว้ภายในเมืองเดียวอย่างเป็นรูปธรรม

นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ADVANC กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดบทบาทของ AIS ในฐานะ National Intelligent Infrastructure จากผู้ให้บริการเครือข่าย สู่การเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานให้เมือง ธุรกิจ และผู้คนเติบโตไปพร้อมกันบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความพร้อม ปลอดภัย และเชื่อถือได้

หัวใจสำคัญของโครงการ Muang Thong NEXT คือการนำเทคโนโลยีเข้าไปสนับสนุนประสบการณ์ของผู้ใช้งานในทุกมิติ ตั้งแต่การรองรับผู้ชมหลักหมื่นคนในคอนเสิร์ตและอีเวนต์ การใช้ Cloud และ AI ในภาคธุรกิจ ไปจนถึง Smart Living, Telemedicine, Smart Parking, Virtual Classroom และ Cyber Security

ระบบดังกล่าวจะช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการบริหารพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถทำความเข้าใจผู้ใช้บริการ พัฒนาบริการใหม่ และต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น

นายปรัธนากล่าวว่า ความสำเร็จของเมืองอัจฉริยะไม่ควรวัดจากจำนวนเทคโนโลยีที่นำมาใช้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากประโยชน์ที่ประชาชนและผู้ใช้งานได้รับจริง ทั้งในด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การทำงาน และการเข้าถึงบริการต่าง ๆ

บทบาทของ AIS จึงไม่ใช่เพียงการเชื่อมต่อระบบ แต่เป็นการเชื่อมโยงเครือข่าย ข้อมูล และศักยภาพของทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันเมืองทองธานีสู่ต้นแบบ Smart & Connected City ที่สร้างคุณค่าให้แก่ประชาชน ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจเมืองอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง BLAND และ AIS ถือเป็นการออกแบบระบบนิเวศเมืองรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ การศึกษา การใช้ชีวิต และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

โครงการดังกล่าวจะช่วยต่อยอดศักยภาพพื้นที่เมืองทองธานีกว่า 4,000 ไร่ จากศูนย์กลางการจัดงานระดับประเทศ สู่ Hub Connectivity City และพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะแห่งอนาคต พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน จังหวัดนนทบุรี และเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

Back to top button