STECON เด้ง 5% รับโบรกปรับคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 22.50 บ. ลุ้นงาน Data Center หนุน

STECON เด้ง 5% รับแรงหนุนแนวโน้มงาน Data Center 3 โครงการ 5 หมื่นล้าน ดัน Backlog สิ้นปีแตะ 1.2 แสนล้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” เป้า 22.50 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ก.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ณ เวลา 10:07 น. อยู่ที่ระดับ 18.80 บาท บวก 0.90 บาท หรือ 5.03% สูงสุดที่ระดับ 18.90 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 18.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 209.72 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของ STECON ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 มีปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกหลายด้าน โดยเฉพาะการรับงานใหม่ทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ รวมถึงแนวโน้มรายได้จากธุรกิจ Data Center ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับปัจจัยสนับสนุนประการแรก คือ การรับงานใหม่จากภาคเอกชน โดยเฉพาะโครงการ Data Center จำนวน 3 แห่ง มูลค่ารวมประมาณ 50,000 ล้านบาท และโครงการโรงไฟฟ้ามูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้มูลค่างานใหม่ในปี 2569 มีโอกาสบรรลุเป้าหมายที่ 50,000 ล้านบาท และคาดว่าจะผลักดันมูลค่างานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้นแตะประมาณ 120,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2569

ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากความคืบหน้าของโครงการลงทุนภาครัฐ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2569 อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 สายใต้ จำนวน 3 เส้นทาง มูลค่ารวมประมาณ 107,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วงต้นปี 2570

ด้านผลการดำเนินงาน ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่ารายได้จากธุรกิจก่อสร้างของ STECON จะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 3/2569 และทำระดับสูงสุดในไตรมาส 4/2569 ขณะที่กำไรปกติในช่วงครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการ Data Center มีมติเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2569 ให้ชะลอกระบวนการก่อสร้างและการอนุมัติโครงการ Data Center เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์และมาตรฐานกลาง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการของ STECON ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เนื่องจากทั้ง 4 โครงการตั้งอยู่นอกกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุน Data Center ในระยะกลางถึงระยะยาว เนื่องจากมีโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการได้รับอนุมัติแล้ว และส่วนใหญ่มีแผนพัฒนาในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ขณะที่หลักเกณฑ์ใหม่อาจเป็นปัจจัยบวกทางอ้อมต่อผู้ประกอบการในประเทศ เนื่องจากช่วยสร้างมาตรฐานการแข่งขันที่ชัดเจนขึ้น และลดความได้เปรียบของผู้ประกอบการต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน

ฟินันเซีย ไซรัส ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของ STECON ที่ 1,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อน พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2570-2571 ขึ้น 44% และ 40% เป็น 1,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% และ 1,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% ตามลำดับ

การปรับประมาณการดังกล่าวมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มสมมติฐานรายได้เป็น 50,800 ล้านบาทในปี 2570 และ 53,000 ล้านบาทในปี 2571 จากประมาณ 35,000 ล้านบาทในปี 2569 สะท้อนสมมติฐานว่า STECON จะได้รับงาน Data Center จำนวน 3 โครงการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 มูลค่ารวมประมาณ 50,000 ล้านบาท และมีระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 15-20 เดือน

นอกจากนี้ ยังรวมรายได้จากเงินปันผลจากการถือหุ้น 10% ในโครงการ Data Center ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 ประมาณ 180-190 ล้านบาทต่อปี

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับคำแนะนำ STECON เป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” พร้อมปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 22.50 บาท อิง Target PBV ที่ 1.5 เท่า หรือคิดเป็น PER ปี 2570 ที่ 19.6 เท่า โดยมองว่า STECON อยู่ในฐานะผู้ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการลงทุน Data Center ที่เติบโต รวมถึงวัฏจักรการลงทุนภาครัฐที่กำลังฟื้นตัว

Back to top button