“กลุ่มแบงก์” วิ่งคึก! โบรกชี้พ้นจุดต่ำสุด ชู 4 หุ้นพื้นฐานแกร่ง-ปันผลสูง

ราคาหุ้นแบงก์ปรับตัวขึ้นคึกคัก ฟาก “บล.เคจีไอ” ชี้ผลงานไตรมาส 3/69 ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน อานิสงส์ NIM ขยับขึ้น ชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียม ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ตั้งสำรองลดลงและผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว พร้อมชู KBANK, KTB, KKP และ TTB เป็นหุ้นเด่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ต.ค.69) ณ เวลา 10:07 น. ราคาหุ้นในกลุ่มธนาคารปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างคึกคัก นำโดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK อยู่ที่ระดับ 245 บาท บวก 3 บาท หรือ 1.24% สูงสุดที่ระดับ 247 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 244 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 940 ล้านบาท

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB อยู่ที่ระดับ 43.25 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 0.58% สูงสุดที่ระดับ 43.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 43.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 671.27 ล้านบาท

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP อยู่ที่ระดับ 118.50 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 1.28 สูงสุดที่ระดับ 119.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 117.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 362.44 ล้านบาท

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB อยู่ที่ระดับ 2.74 บาท บวก 0.02 บาท หรือ 0.74% สูงสุดที่ระดับ 2.76 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.72 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 265.96 ล้านบาท

ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI ระบุว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 3/2569 แสดงถึงทิศทางการฟื้นตัว โดยเฉพาะธุรกิจสินเชื่อที่มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ดีขึ้น ซึ่งมากพอที่จะชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอตัวลง

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น สัดส่วนการตั้งสำรองต่อหนี้สงสัยจะสูญ (NPL coverage) ปรับตัวสูงขึ้น แม้จะตั้งสำรองลดลง นำโดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL, ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB แนวโน้มหนี้เสีย (NPL) ค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ธนาคารต่างๆ ส่งสัญญาณว่าค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯ น่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 3/2569 และมีโอกาสลดลงในไตรมาส 4/2569

ภาพรวมสินเชื่อขยายตัว 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.3% นับตั้งแต่ต้นปี KTB มีการเติบโตของสินเชื่อโดดเด่นที่สุดที่ 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 5% นับตั้งแต่ต้นปี จากสินเชื่อภาครัฐ

ขณะที่ BBL เติบโตจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ กลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อใหม่ของ KBANK และ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อรักษาระดับการตั้งสำรองให้อยู่ในระดับต่ำ ส่วน TTB และ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO จะเน้นขยายสินเชื่อรายย่อยแบบเฉพาะกลุ่มเพื่อเพิ่มมาร์จิ้น NIM ของเกือบทุกธนาคารปรับตัวดีขึ้น ยกเว้น KBANK และ KTB ที่ NIM ค่อนข้างทรงตัวจากการเติบโตของสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำ ทางด้าน ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP, TISCO และ TTB มี NIM ขยับเพิ่มขึ้นติดต่อกันมาสองไตรมาสจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง

ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาส 3/2569 ปรับตัวลดลง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากมาตรฐานใหม่ของการคิดค่าธรรมเนียมธุรกิจรายย่อยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคาร “มากกว่าตลาด” (Overweight) โดยเลือก KBANK, KTB, KKP และ TTB เป็นหุ้นเด่นเนื่องจากมีความโดดเด่นด้านการเติบโต สามารถรับมือกับความผันผวนได้ดี และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ

Back to top button