เกมหุ้น!โมนิก้าและทีมงาน

*การแกว่งตัวไปมาของดัชนีในเที่ยวนี้ เหมือนเป็นการสะท้อนภาพให้เหล่านักลงทุนได้รู้ว่า โลกของการลงทุนไม่แน่นอนตายตัว ของที่เห็นว่าแน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นโล้เป็นพายก็มีตั้งเยอะแยะ งานนี้ถึงขึ้นอยู่กับว่า ใครจะเป็นเจ้าภาพในการดันหุ้นยาวๆ เพราะบรรยากาศหลายอย่างยังไม่เอื้อให้ดันหุ้นแบบสุดลิ่มทิ่มประตู จึงต้องอ่านเกมในช่วงนี้ให้ขาดนะจะบอกให้


*การแกว่งตัวไปมาของดัชนีในเที่ยวนี้ เหมือนเป็นการสะท้อนภาพให้เหล่านักลงทุนได้รู้ว่า โลกของการลงทุนไม่แน่นอนตายตัว ของที่เห็นว่าแน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นโล้เป็นพายก็มีตั้งเยอะแยะ งานนี้ถึงขึ้นอยู่กับว่า ใครจะเป็นเจ้าภาพในการดันหุ้นยาวๆ เพราะบรรยากาศหลายอย่างยังไม่เอื้อให้ดันหุ้นแบบสุดลิ่มทิ่มประตู จึงต้องอ่านเกมในช่วงนี้ให้ขาดนะจะบอกให้

*เนื่องจากการทะยานขึ้นของดัชนีมาปิดที่ 1,496.36 บาท บวกไป 10.68 จุด ด้วยมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท โดยกองทุนตัวแสบขันอาสาเป็นคนดันหุ้นเต็มตัว บวกกับได้แรงหนุนจากปอบผีฟ้าเข้ามาผสมโรง ทุกอย่างเลยดูดีขึ้นในชั่วพริบตาแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเกมหุ้นที่มาพร้อมกับข้ออ้างสารพัด ซึ่งเหมือนกับช่วงที่ทำให้หุ้นตกหนักก่อนหน้านี้ มักมีคำอธิบายแปลกๆ โผล่ขึ้นมาตลอดเวลาไงล่ะค่ะ

*ฉะนั้นอย่าแปลกใจที่การลงทุนในเที่ยวนี้มีการหยิบยกตัวเลขผลประกอบการมาเล่นอีกรอบ เพราะเป็นเนื้อเรื่องที่ผู้คนทั่วไปมักคล้อยตามเป็นประจำ และการทะยานขึ้นเที่ยวนี้ก็สามารถคาดหวังได้ถึง 1,520 จุดกันเลยทีเดียว…ส่วนข้อกังวลที่ว่าจะผ่านแนวต้าน 1,500 จุดไม่ไหวนั้น มันเป็นเพียงกุศโลบายในการเขย่าเอาของที่เห็นกันมาแล้วหลายรอบด้วยกัน…จำไม่ได้เหรอตัวเอง?

*ในเมื่อเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นแบบละเอียดยิบ “โมนิก้า” ถือว่า รอบนี้เป็นการเปิดหน้าเล่นกันอย่างเต็มตัว ใครมีทีเด็ดอะไรต้องนำออกมาโชว์แบบหมดไส้หมดพุง ไม่มีความจำเป็นต้องแทงกั๊กอีกต่อไป เพราะคนที่เล่นหุ้นตามรอบของดัชนีที่แกว่งตัวไปมาในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ล้วนเป็นคนที่ฟันกำไรอื้อซ่าจากยุทธวิธีเล่นตามน้ำ วันนี้ถึงต้องกำหนดหุ้นเป้าหมายให้ชัดเจนนะจะบอกให้

*เหมือนกับในรายของ IVL แกว่งตัวขึ้นๆ ลงๆ มาระยะหนึ่ง ก่อนจะลงเอยที่ 33.50 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 3% ด้วยมูลค่า 1.69 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นกรอบการเทขายทำกำไรของนักลงทุนสถาบันค่อนข้างชัดเจน และถ้ามองให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งจะเห็นว่า กรอบการวิ่งของหุ้นอยู่ที่ระดับ 31-34 บาท ซึ่งเป็นจุดที่หุ้นม้วนหัวไปมาหลายรอบด้วยกัน…หากวันนี้วอลุ่มหนุนสุดๆ สามารถมองได้ถึงระดับ 36 บาทนะจ๊ะ

*เช่นเดียวกับในรายของ AOT ถ้าดูตามเนื้อผ้าจะเห็นว่า การทะยานขึ้น 3 วันติด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น มันเป็นจังหวะที่สามารถไหลตามได้ในทันที และเหตุผลของการเข้าเล่นในเที่ยวนี้มาจากแรงซื้อกองทุนในประเทศ ทุกอย่างเลยดูดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และถ้ามองยาวไปถึงช่วงที่หุ้นเคยย่ำอยู่แถว 400 บาท เทียบกับราคาปิดล่าสุดที่ 372 บาท บวกไป 6 บาท ด้วยมูลค่า 1 พันล้านบาท มันเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยเจ้าค่ะ

*อีกหนึ่งรายที่เป็น benchmark ของการลงทุนในเที่ยวนี้คือ CBG ซึ่งเป็นหุ้นขวัญใจของกองทุนตัวแสบกับปอบผีฟ้าอย่างเต็มตัว เพราะครั้งใดก็ตามที่หุ้นตัวนี้กระชากขึ้นแรงๆ มักเห็นนักลงทุนทั้ง 2 กลุ่มกลับเข้ามาซื้อหุ้นเป็นประจำ ล่าสุดหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 77.75 บาท บวกไป 3.50 บาท หรือขึ้นไป 4.70% ด้วยมูลค่า 980 ล้านบาท พร้อมกับทำ new high นับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้นแบบนี้…ต้องใช้กลยุทธ์ follow buy แล้วล่ะค่ะ

*ย้อนกลับมาหุ้น growth stock กันบ้างดีกว่า เพื่อเป็นการเปิดทางเลือกหุ้นในหลากหลายรูปแบบ และครั้งนี้ก็เป็นคิวของ BIG และ TFG ซึ่งเป็นหุ้นที่ “โมนิก้า” นิยมเม้าท์ถึงเป็นประจำ เพียงแต่แนวทางการเม้าท์ถึงในเที่ยวนี้เน้นไปที่เรื่องทำกำไร หลังหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 5.15 บาท บวกไป 0.31 บาท หรือขึ้นไป 6.40% ด้วยมูลค่า 350 ล้านบาท ส่วนรายหลังวิ่งขึ้นมาปิดที่ 6.75 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 6.30% ด้วยมูลค่า 500 ล้านบาท น่าจะถึงเวลาขายหุ้นเพื่อเอาเงินเข้ากระเป๋าแล้วนะคะ

*ประเด็นดังกล่าวดูง่ายๆ ได้จากหุ้น BEAUTY แพทเทิร์นของหุ้นถูกสร้างมาด้วยโมเดลโตต่อเนื่อง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จำเป็นต้องพักฐาน เพื่อทดสอบแรงเทขายทำกำไร หลังจากนั้นถึงจะไต่ระดับขึ้นไปทำ new high “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่หุ้นมีการย่อตัวลงมาหนักๆ ต่อจากนั้นค่อยดีดตัวอย่างร้อนแรง โดยล่าสุดหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 11.30 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 6.60% ด้วยมูลค่า 575 ล้านบาท มันเป็นจังหวะของการตามน้ำ ซึ่งมีเป้าอยู่ที่ 12 บาทนะจ๊ะ

*ไหนๆ ก็เม้าท์ถึงรูปแบบการเล่นสั้นๆ “โมนิก้า” ขอย้อนกลับไปดู CWT เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเหล่าผู้กล้าสักหน่อย เพราะการที่หุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 4.28 บาท บวกไป 0.18 บาท หรือขึ้นไป 4.40% ด้วยมูลค่า 240 ล้านบาท มันเป็นจังหวะของการเด้งตามข่าวดี “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับติดตามดูกันต่อไปว่า รอบนี้น่าจะมีอะไรที่ชัดเจนกว่ารอบที่ผ่านมา เพราะโครงการขยะชุมชนมันขึ้นอยู่กับใครมีความพร้อมกว่ากันนะซี

*ส่วนในรายของ ABICO มันเป็นเรื่องของความพร้อมของสภาพจิตใจ เพราะเป็นหุ้นที่มาเหนือความคาดคิดเป็นประจำ จากก่อนหน้านี้ทำท่าจะผ่านแนวต้าน 14 บาทค่อนข้างยาก ล่าสุดพุ่งพรวดพราดขึ้นมาปิดที่ 15.20 บาท บวกไป 1.80 บาท หรือขึ้นไป 13.40% ด้วยมูลค่า 440 ล้านบาท “โมนิก้า” ถือเป็นความเสี่ยงที่ผู้เล่นต้องพิจารณากันเอาเองว่า P/E 21 เท่า ยังมีแก๊ปให้ไปต่อหรือเปล่า?

*ทางด้านCPR กลายเป็นหุ้นที่มีคอนเซ็ปต์คล้ายคลึงกับรายข้างต้น การขึ้นเที่ยวนี้อ้างอิงเรื่องหุ้นต่ำกว่าราคาเหมาะสมเพียวๆ “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่หุ้นวิ่งขึ้นมายืนอยู่ที่ 7.40 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 11.30% ด้วยมูลค่า 340 ล้านบาท เพราะมีคนชี้ให้ดูค่า P/E 16.70 เท่า มันน้อยเกินไปเมื่อนำมาเทียบกับกำไรปี 59 ที่จะโตกว่าปี 58 มากถึง 20% ทุกคนเลยมองไปที่ยอดเก่า 11 บาทอีกรอบไงล่ะค่ะ

Back to top button