เผลอเป็นขึ้นโมนิก้าและทีมงาน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยยังมีเรื่องเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นให้เห็นเป็นประจำทุกวัน “โมนิก้า” ถึงมองเกมหุ้นที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน คือกิมมิคที่แมงเม่าต้องตามให้ทัน และสิ่งหนึ่งที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันก็เป็นเรื่องมีหุ้นติดพอร์ต เพื่อเกาะติดสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นเรื่องที่เดี๊ยนสนับสนุนอย่างเต็มตัว และยังยืนแนวทางการเคาะขวารัวๆ เมื่อสบช่องได้โอกาสนะจะบอกให้


*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยยังมีเรื่องเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นให้เห็นเป็นประจำทุกวัน “โมนิก้า” ถึงมองเกมหุ้นที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน คือกิมมิคที่แมงเม่าต้องตามให้ทัน และสิ่งหนึ่งที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันก็เป็นเรื่องมีหุ้นติดพอร์ต เพื่อเกาะติดสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นเรื่องที่เดี๊ยนสนับสนุนอย่างเต็มตัว และยังยืนแนวทางการเคาะขวารัวๆ เมื่อสบช่องได้โอกาสนะจะบอกให้

*ฉะนั้น การที่ดัชนีวิ่งขึ้นมาปิดที่ 1,510.24 จุด บวกไป 13.06 จุด ด้วยมูลค่า 6.99 หมื่นล้านบาท มันเป็นจังหวะของพวกกองทุนตัวแสบ กับปอบผีฟ้า ช่วยกันดันสุดลิ่มทิ่มประตู และผลลัพธ์ดังกล่าวก็จะมาชี้วัดตรงบริเวณแนวต้าน 1,520 จุดยังแข็งแกร่งดุจหินผาหรือไม่! ซึ่งจะเป็นโมเมนตัมที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะออกมาเป็นบวกหรือลบนะคะ

*วันนี้ถึงกล้ายืนยัน นั่งยัน และนอนยันว่า อย่าไปกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น เพราะแค่มีหลักในการลงทุนที่ชัดเจน ก็สามารถหาช่องทางในการทำกำไรได้ตลอดเวลา บวกกับข้อมูลที่เม้าท์กันตลอดทั้งเดือนพ.ย. ล้วนเป็นเรื่องการเข้าทำในหุ้นตัวเดิม “โมนิก้า” มองจากมุมไหน ด้านไหน แฟนคลับของ “ข่าวหุ้น” ก็รับทรัพย์กันอย่างถ้วนหน้า งานนี้จึงต้องเดินหน้าเล่นหุ้นกันต่อไปเจ้าค่ะ

*เหมือนกับการลงทุนในหุ้น AOT ตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา คือข้อมูลที่สะท้อนให้นักเล่นทุกรายรู้ว่า คนที่เข้าซื้อในช่วงต้นเดือน ต่อเนื่องถึงกลางเดือน วันนี้ทุกคนได้กำไรติดมือกลับบ้านกันทุกคน เพราะต้นทุนสูงสุดในเที่ยวนี้อยู่ที่ 383 บาท ขณะที่ราคาปิดวานนี้อยู่ที่ 402 บาท บวกไป 13 บาท หรือขึ้นไป 3.30% ด้วยมูลค่า 5.74 พันล้านบาท มันกระตุ้นอารมณ์ให้เดี๊ยนมองยอดเก่า 420 บาททันทีนะคะ

*เช่นเดียวกับในรายของ GL เดินเกมด้วยผลประกอบการเป็นหลัก ทำให้แผนการออกเครื่องมือทางการเงินเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่กลายเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่โด่ไม่รู้ล้ม ล่าสุดหุ้นเด้งขึ้นมาปิดที่ 58 บาท บวกไป 5.25 บาท หรือขึ้นไป 9.95% ด้วยมูลค่า 924 ล้านบาท มันเป็นจังหวะของการเล่นตามน้ำแบบไม่ต้องคิดอะไรมากพะยะค่ะ

*หุ้นอีกหนึ่งตัวที่ไม่ต้องคิดอะไรมากในเที่ยวนี้กลายเป็น MINT ก่อนหน้านี้ก็มีรูปแบบเคลื่อนตัวในลักษณะ w-shape มาพักใหญ่ๆ โดยในช่วงครึ่งปีแรกเป็นลักษณะยกตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนในครึ่งปีหลังเป็นลักษณะฐานล่างต่ำลง จึงเป็นจังหวะของการเล่นรอบสั้นๆ แล้วรีบชิ่งในทันที ล่าสุดเห็นหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 37.50 บาท บวกไป 1.75 บาท หรือขึ้นไป 4.90% ด้วยมูลค่า 796 ล้านบาท บอกได้แค่ว่า น่าจะได้ลุ้น 40 บาทอีกรอบนะคะ

*เม้าท์ถึงเรื่องรักๆ ลุ้นๆ “โมนิก้า” ขอพูดถึงการทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงของ WIIK ก่อนจะมาปิดที่ 5.55 บาท บวกไป 0.63 บาท หรือขึ้นไป 12.80% ด้วยมูลค่า 860 ล้านบาท มันไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลแต่อย่างใด เพราะเมื่อดูตามรูปการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ราคาเป้าหมายของหุ้นก็อยู่ที่บริเวณ 6บาทอยู่แล้ว (คิดบนกำไรต่อหุ้น 0.32 บาท เทียบกับ P/E 20 เท่า) หรือมีข่าวดีเกี่ยวกับการต่อยอดทางธุรกิจ ย่อมเป็นตัวดับเบิ้ลราคาหุ้นขึ้นไปอีกนะจ๊ะ

*เรื่องดังกล่าวก็ดูได้จาก MTLS ซึ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของโครงสร้างธุรกิจที่จัดแล้วลงตัว ตัวเลขกำไรถึงโตต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนทั่วสารทิศเข้ามาไล่ราคากันอย่างเมามัน ล่าสุดเห็นหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 27.25 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 4.80% ด้วยมูลค่า 375 ล้านบาท มันเป็นจังหวะของการตามไปดูอีกหนึ่งช็อตแล้วชิ่งออกมาดูเชิงนะคะ

*ส่วนในรายของ FN ยังเป็นอะไรที่น่าสนใจเสมอ เพราะสเต็ปการขึ้นของหุ้นเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย “โมนิก้า” ถึงกล้ายืนยันถึงโอกาสทางธุรกิจยังเปิดกว้างตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้บริษัทเบ่งตัวเลขกำไรในปีหน้าออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น จึงกลายเป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย แม้หุ้นจะโดนจับเข้าคุกแคชบาลานซ์ แต่หุ้นก็วิ่งขึ้นมาปิดที่ 7.20 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 4.35% ด้วยมูลค่า 207 ล้านบาท ธรรมดาซะที่ไหน?

*อีกหนึ่งรายที่ไม่ธรรมดา คงหนีไม่พ้น ACAP หุ้นดาวรุ่งพุ่งแรงที่มาด้วย สตอเบอรี่…อุ๊ย…สตอรี่ กำไรโตต่อเนื่องเหมือนกับคนอื่นๆ ซึ่งเที่ยวนี้มีการพูดถึงกำไรในอนาคตจะเด็ดสะระตี่มากกว่าที่เห็นในวันนี้ ซึ่งเป็นการจุดประกายให้หุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 17.50 บาท บวกไป 1.10 บาท หรือขึ้นไป 6.70% ด้วยมูลค่า 374 ล้านบาท มันเป็นจังหวะของการ follow buy สำหรับเหล่าผู้กล้าเจ้าค่ะ

*เม้าท์ถึงพวกผู้กล้า “โมนิก้า” ก็ต้องหันหลังกลับมาดูพระเอกตัวจริง AJD หลังเห็นหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 1.98 บาท บวกไป 0.07 บาท บวกไป 3.70% ด้วยมูลค่า 130 ล้านบาท เหมือนเป็นการเติมหัวเชื้อให้รู้ว่า รอบใหม่ของการเล่นกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งเห็นได้จากสัญญาณเทคนิคหลายตัวเริ่มผงกหัว บวกกับวันนี้เทรดบนค่า P/E 26 เท่า และเมื่อมองแบบหยาบๆ กำไรต่อหุ้นปี 59 น่าจะอยู่ที่ 0.10 บาท…มองจากมุมไหน ด้านไหน หุ้นก็น่าจะขึ้นได้อีกนะคะ

*ส่วนอีกหนึ่งตัวที่ขึ้นด้วยสตอรี่ความขัดแย้ง น่าจะเป็นในรายของIFEC ซึ่งมีกลุ่มคนเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ 4 ฝ่ายด้วยกันคือ กลุ่มหมอวิชัย ซึ่งหนีบกลุ่มทุนจีน มาเป็นกำลังเสริม เพื่อช่วยกันเก็บหุ้น 30% อีกฝ่ายหนึ่งนำโดยกลุ่มสิทธิชัย พร้อมกับเปิดทางให้กลุ่มเตชะนาวากุล ซึ่งเป็นเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคเข้ามาถือหุ้น 10% “โมนิก้า” ถึงมองเรื่องนี้สนุกแน่ๆ และน่าจะทำให้ราคาหุ้นในกระดานพุ่งไม่ใช่น้อย แถมวานนี้หุ้นยืนอยู่ที่ 4.42 บาท บวกไป 0.04 บาท ด้วยมูลค่า 145 ล้านบาท มันเป็นจุดเริ่มต้นของมหาสงครามหรือเปล่า…อิอิอิ

Back to top button