พาราสาวะถี

สถานการณ์ส่วนตัวของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ หลังจากที่ทำการอัดเทปช่วงเย็นแล้วป่าวประกาศกลางดึกต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าไม่ยุบสภา ไม่ลาออก พร้อมทำตัวเป็นพวกแผ่นเสียงตกร่องไม่ใช่เวลาจะมาเล่นการเมืองในเวลานี้ ทำให้ผู้คนหันมองหน้ากันด้วยความงุนงงสงสัย ใครเล่นเกมการเมือง เมื่อคนป่วยสูงขึ้นต่อเนื่อง คนตายจะแตะหลักสองร้อยต่อวันอยู่รอมร่อ บรรดาหมอทั้งหลายออกมาเรียกร้องถามหาวัคซีนคุณภาพ เหล่านี้คือเรื่องที่ถูกมองเป็นการเมืองอย่างนั้นหรือ


สถานการณ์ส่วนตัวของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ หลังจากที่ทำการอัดเทปช่วงเย็นแล้วป่าวประกาศกลางดึกต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าไม่ยุบสภา ไม่ลาออก พร้อมทำตัวเป็นพวกแผ่นเสียงตกร่องไม่ใช่เวลาจะมาเล่นการเมืองในเวลานี้ ทำให้ผู้คนหันมองหน้ากันด้วยความงุนงงสงสัย ใครเล่นเกมการเมือง เมื่อคนป่วยสูงขึ้นต่อเนื่อง คนตายจะแตะหลักสองร้อยต่อวันอยู่รอมร่อ บรรดาหมอทั้งหลายออกมาเรียกร้องถามหาวัคซีนคุณภาพ เหล่านี้คือเรื่องที่ถูกมองเป็นการเมืองอย่างนั้นหรือ

ต้องยอมรับความจริงกันว่าด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ฝ่ายค้านหรือการเมืองฝ่ายตรงข้ามแทบจะไม่ต้องทำอะไร ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นตัวบีบรัด กดดันให้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจยอมรับในชะตากรรมที่ตัวเองเป็นคนก่อมากกว่า ตัวเลขผู้ป่วย ระบบสาธารณสุขใกล้ล่มสลายหรือความจริงล่มสลายไปแล้ว วัคซีนที่บริหารล้มเหลว กระแสดราม่าที่เกิดขึ้นกับบรรดาคณาจารย์แพทย์ที่ปรึกษาวิชาการกระทรวงสาธารณสุขจนปลัดกระทรวงต้องนำทีมออกมาแถลงปกป้อง

ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ล้วนเกิดมาจากการไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงานของผู้นำเผด็จการทั้งสิ้น แน่นอนว่าตัวเลขผู้ป่วยล่าสุดที่ทะลุหลักสองหมื่นรายไปแล้ว ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตทำนิวไฮที่ 188 ราย นี่คือสัญญาณปกติหรือไม่ และมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ไม่ใช่เพราะโควิดกลายพันธุ์ ไม่ใช่เพราะต่างประเทศก็เผชิญสถานการณ์แบบเดียวกัน เหมือนอย่างที่ท่านผู้นำพยายามอธิบาย หรือความจริงคือโน้มน้าวให้ประชาชนเชื่อว่า ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะการบริหารของรัฐบาลแต่เป็นความเฮงซวยของเชื้อโรค

เรื่องนี้ นายแพทย์ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กจี้จุดสั้น ๆ แต่ได้ใจความครบถ้วน นโยบายและมาตรการที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ย่อมมาจากคำแนะนำ ปรึกษา และการตัดสินใจที่มิได้ใช้ความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสมต่อสถานการณ์ ระบบบริหาร และวงวิชาการ จำเป็นต้องได้รับการปรับเปลี่ยน วันแรกที่ตัวเลขเกินสองหมื่นคน วันแรกที่ตัวเลขสูญเสีย 188 และเป็นวันแรกที่ไม่มีสีเขียว และสีขาว Outputs = Strategy * Capacity * Moral ผลที่เห็นนั้นย่อมมาจากสามปัจจัยข้างต้น

นี่ไงคือสิ่งตอกย้ำการแถลงปกป้องคณาจารย์แพทย์ของปลัดกระทรวงสาธารณสุขและคณะ คือเข้าใจได้ว่าเชิญมาเป็นที่ปรึกษาและให้ความเห็น เสนอแนะได้ทางวิชาการเท่านั้น แต่การกำหนดนโยบาย การเคลื่อนยุทธศาสตร์และการนำไปสู่ภาคปฏิบัติหรือภาษาของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจก็คือ แนวทางในการรบนั้น บรรดาอาจารย์แพทย์เหล่านั้นไม่ได้มีส่วนร่วม เป็นเรื่องของความเห็นของหมอการเมืองที่ยึดเอาความต้องการของฝ่ายการเมืองอยู่เหนือแนวทางวิชาการที่ควรจะเป็น

สิ่งที่อธิบายให้เห็นภาพต่อการยอมให้ฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะผู้นำเผด็จการรวบอำนาจชี้นิ้วสั่งการได้เพื่อตอบสนองโจทย์ทางการเมืองนั้น มีมาให้เห็นตั้งแต่การจะลดวันกักตัวตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว แต่มาเกิดเหตุการณ์ตลาดกลางกุ้งสมุทรสาครเสียก่อน หรือแม้กระทั่งปล่อยให้มีการเดินทางเคลื่อนย้ายคนจำนวนมากช่วงสงกรานต์ ด้วยเหตุผลว่าการควบคุมโรคก็จำเป็นแต่เศรษฐกิจต้องเดินได้ด้วย สุดท้ายผลก็เป็นอย่างที่เห็น การโพนทะนาว่าตัวเลขผู้ป่วยจะลดหลังสงกรานต์สองสัปดาห์แล้วเป็นไง

การป่าวประกาศว่าประเทศไทยจะเป็นฮับด้านวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของภูมิภาค แล้ววันนี้เป็นอย่างที่พล่ามกันหรือไม่ นอกจากไม่ใช่แล้วยังน่าเวทนาที่ประชาชนหรือแม้กระทั่งบุคลากรการแพทย์ด่านหน้าต้องรอวัคซีนคุณภาพจากการบริจาคถึงจะได้ของดีมาสู้กับโควิดกลายพันธุ์ แต่แม้จะได้วัคซีนชั้นยอดมาแล้ว ก็ยังเกิดคำถามต่อกระบวนการจัดสรรอีกต่างหาก เหล่านี้มันอธิบายถึงอะไรถ้าไม่ใช่เรื่องของความเขลาเบาปัญญา และยังมีการเล่นพรรคเล่นพวกกันอีกต่างหาก

ดังนั้น ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกต้อนจนมุมและผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจพร้อมคณะ พยายามที่จะหาทางสร้างกระแสตีกลับด้วยการปิดปากสื่อและประชาชน ในการนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 รวมไปถึงการโยนความผิดให้ฝ่ายการเมืองตรงข้ามว่าพยายามโจมตี ใส่ร้าย เป็นตัวถ่วงในการแก้ไขปัญหา ทั้งที่มาถึงนาทีนี้ เสียงที่สอดประสานทวงถามและเรียกร้องต่อกระบวนการบริหารจัดการของรัฐบาล ส่วนใหญ่แทบจะมาจากคนกันเองหรือบุคลากรทางการแพทย์ทั้งสิ้น

ความจริงเรื่องการแก้ไขปัญหาคนป่วยล้นมือในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แทนที่จะใช้วิธีการส่งคนกลับไปรักษายังภูมิลำเนาแก้ขัดปมไม่มีเตียงรักษา ถ้าไม่อคติหรือมีปมอื่นแอบแฝงข้อเสนอแนะของหลายฝ่ายต่อการใช้พื้นที่ทหารและบุคลากรของกองทัพมาสนับสนุนด้านการแพทย์นั้น ควรต้องแอ็กชันกันอย่างแข็งขัน ควรให้โรงพยาบาลทหาร และหน่วยเสนารักษ์ทั่วประเทศ ออกหน่วยเคลื่อนที่ช่วยเหลือประชาชน ทั้งการรักษาและการจัดส่งให้ถึงมือแพทย์ แบ่งเบาภาระของสถานพยาบาล และอาสาสมัครต่าง ๆ

ไม่น่าเชื่อว่า ความเห็นจาก การุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ที่คนรู้จักกันดีในฐานะนักการเมืองตัวเล็กใจใหญ่ แต่มีข้อเสนอที่เชื่อว่าคนจำนวนน้อยน่าจะคล้อยตาม นั่นก็คือ ในค่ายทหารต่าง ๆ มีอาคารสถานที่ ที่พร้อมในการเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลสนามได้ อีกทั้งยังมีบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในระหว่างการศึกษา เช่น นักเรียนพยาบาล 4 เหล่าทัพ ที่เริ่มมีทักษะในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีสติปัญญาเพียงพอ ก็น่าจะช่วยแบ่งเบาภาระรับผิดชอบให้กับนายกรัฐมนตรีได้บ้าง

ช่างกระทบกระเทียบได้น่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน ในเมื่อก็รู้อยู่ว่าทั้งสองตำแหน่งนั้นเขาคือคนเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คงจะมีคำชี้แจงจากบรรดาโฆษกของกองทัพทั้งหลายที่จะอ้างว่าได้ส่งกำลังพลไปสนับสนุนงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่แล้ว แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้สัมผัสหรือเห็นภาพอย่างที่มีข้อเสนอแนะ  หรือเป็นเพราะคนมีสีก็ต้องกันพื้นที่และบุคลากรของตัวเองไว้เพื่อดูแลคนกันเอง มิเช่นนั้น คงไม่เกิดเหตุการณ์หนังสือขอวัคซีนโมเดอร์นา ตำรวจแอบไปฉีดวัคซีนก้นขวดเข็มสาม เข้าทำนองด้านได้อายอดแต่ลืมไปว่ายังมีประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศรอวัคซีนเข็มแรกกันอยู่

Back to top button