EA ธุรกิจอีวีตัวขับเคลื่อนใหม่

ไส้ในที่น่าสนใจในส่วนของผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2564 ที่ผ่านมาของ EA ที่ประกาศออกมาพบว่า สามารถทำกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง


คุณค่าบริษัท                  

ไส้ในที่น่าสนใจในส่วนของผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2564 ที่ผ่านมาของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ที่ประกาศออกมาพบว่า สามารถทำกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5,178.44 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 3,801.29 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,616.26 ล้านบาท หรือ 0.43 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,119.01 ล้านบาท หรือ  0.30 บาทต่อหุ้น

โดยไส้ในที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้นบริษัทได้เริ่มบันทึกรายได้จากการผลิตและจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว โดยได้ส่งมอบรถบัสไฟฟ้า 77 คัน เป็นรายได้ 557 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 745.6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 11.1% ของรายได้รวมปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี ส่วนงานผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้ายังปรับตัวเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากโรงงานไฟฟ้าพลังงานลมสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากความเร็วลมที่สูงขึ้น จากพายุในช่วงฤดูฝนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน พร้อมด้วยบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากส่วนงานกลุ่มธุรกิจไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นด้วย

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14,819.95 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 12,738.01 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4,218.76 ล้านบาท หรือ 1.13 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 3,720.48 ล้านบาท หรือ 1.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของบริษัท

สิ่งที่น่าสนใจต่อมา ประเด็นจากการประชุม COP26 ชี้ชัดว่าโลกให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดอย่างเข้มข้น เช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าฯ (EV board ) ก็ได้กำหนดเป้า [email protected] ให้มียานยนต์ที่ปลอดมลพิษ 30 % ภายในปี 2573 โดยเป้ารถบรรทุกและรถบัสไฟฟ้า 4.3 แสนคันภายในปี 2578

ผลลัพธ์สอดคล้องกับแผนธุรกิจของ EA ที่หันมามุ่งเน้นรถกลุ่มนี้แทนรถบ้าน เนื่องจาก EA มีเทคโนโลยี Ultra Fast Charge (ชาร์จเร็ว 15 นาที ได้พลังงาน 80% อายุชาร์จ 3,000 ครั้ง) ที่ตอบโจทย์รถเพื่อการพาณิชย์มากกว่ารถบ้านที่ไม่ได้เร่งรีบในการชาร์จ ยิ่งไปกว่านั้น EV Bus ยังประหยัดต้นทุนบำรุงรักษา, พลังงานกว่า 50 % ส่วน EV board เองก็เตรียมแผนส่งเสริมผู้ผลิตแบตเตอรี่ในประเทศหลาย ๆ วิธี คาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้

จากปัจจัยข้างต้น บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ปรับสมมติฐานโดยถอดรถบ้านออก แล้วทดแทนด้วยรถบัสไฟฟ้า ซึ่งเริ่มมีรายได้แล้วด้วยการสนับสนุนของ EV board และความสมเหตุสมผลด้านราคาจนเริ่มเกิดธุรกิจจริงแล้วกับผู้เดินรถเมล์เอกชน ทำให้คาดกำลังการประกอบรถบัสไฟฟ้า 3,000 คันของ EA จะเต็มภายใน 4 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้จึงปรับปรุงกำไรปี 2565-2566-2567 ขึ้น 6.3%-15.7%-45.0 % โดยมีข้อสังเกตคือ ในปี 2567 ที่การสนับสนุนราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder 6.50 บาท) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จ. นครสวรรค์ 90 เมกะวัตต์ หมดไป รายได้จากธุรกิจ EV ยังสามารถเข้ามาทดแทนได้ทันท่วงที ซึ่งแม้มาร์จิ้นจะลดลงจากโครงสร้างรายได้เปลี่ยน แต่กำไรปกติยังโตได้เพิ่มขึ้น 2.9% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

ดังนั้นคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2565 ที่ 90.00 บาท/ หุ้น

….

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายสมโภชน์ อาหุนัย 865,736,386 หุ้น 23.21%
  2. UBS AG SINGAPORE BRANCH 781,358,593 หุ้น 20.95%
  3. SOTUS & FAITH # 1 LIMITED 300,000,000 หุ้น 8.04%
  4. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 171,830,546 หุ้น 4.61%
  5. นางมุกดา บุญเสี่ยง 164,531,043 หุ้น 4.41%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ
  2. นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานคณะกรรมการบริหาร, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  3. นายสุธรรม ส่งศิริ กรรมการ
  4. นายวุฒิเลิศ เจียรนิลกุลชัย กรรมการ
  5. นายอมร ทรัพย์ทวีกุล กรรมการ

 

 

Back to top button