หุ้นยาง ก่อสร้าง มาแน่

วันนี้ “โมนิก้า” ขอแหวกแนวชาวบ้านกันสักหน่อย เพราะเรื่องที่อยากจะเม้าท์เกี่ยวข้องโดยตรงกับหุ้นนอกสายตา


*วันนี้ “โมนิก้า” ขอแหวกแนวชาวบ้านกันสักหน่อย เพราะเรื่องที่อยากจะเม้าท์เกี่ยวข้องโดยตรงกับหุ้นนอกสายตาทั้งนี้ จึงขอปรับอารมณ์นักเล่นให้ยืดหยุ่นไปตามเดี๊ยนสักหน่อย และหากมองว่าเป็นประโยชน์กับการลงทุน ก็ให้พิจารณาข้อมูลดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนมีทางเลือกมากขึ้นกว่าเดิมขนาดไหน เพราะหลักในการลงทุนที่ดีต้องไม่ปิดกั้นโอกาสในการซื้อหุ้นทุกรูปแบบไงล่ะคะ

*ฉะนั้นการที่ดัชนีย่อตัวลงมายืนปิดที่ระดับ 1,680.02 จุด บวกไป 1.52 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.24 หมื่นล้านบาท ก็ทำให้ “โมนิก้า” รู้ได้ทันทีว่า หุ้นขนาดใหญ่ถึงเวลาพักตัวเพื่อรอเวลาทะยานขึ้นไปใหม่ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้หุ้นเบอร์รองที่ทำผลงานได้สวยหรู กลับมาผงาดบนกระดานหุ้นอย่างโฉบเฉี่ยวอีกครั้ง เดี๊ยนจึงขอพุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ “หุ้นยาง” และ “รับเหมา” เพราะเขาเม้าท์กันให้แซ่ดว่า ทำผลงานได้ดีน่ะซี

*โดยเฉพาะตัวท็อปของหุ้นยางอย่างหุ้น NER ถือเป็นช็อตที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องหันมามองอย่างรวดเร็ว เพราะสิ่งที่รับมารู้ตลอดในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้คือ ปริมาณน้ำยางน้อยมากเหลือเกิน เพราะช่วงที่ผ่านมาฝนตกนานมาก จนชาวสวนกรีดยางไม่ได้ ส่งผลให้ราคายางขึ้นต่อเนื่อง จึงทำให้ลูกค้าออเดอร์ยางล่วงหน้าเพิ่มขึ้น เพราะกลัวราคายางจะดีดตัวขึ้นไปอีก เดี๊ยนเลยเชื่อทันทีว่า ปีนี้กำไรสวย และการที่หุ้นขึ้นมาปิดที่ 7.65 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 4.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 369 ล้านบาท ก็แสดงว่ามีคนเข้ามาเก็บหุ้นแล้วนะจ๊ะ

*เฉกเช่นเดียวกับในรายของหุ้น STA ก็ได้รับอานิสงส์จากราคายางที่ปรับขึ้นแบบเต็ม ๆ และคาดหวังถึงผลงานอันบรรเจิดได้เช่นกัน “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจวานี้หุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 31.75 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 0.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 349 ล้านบาท เพราะมองในมุมของบุ๊กแวลูที่อยู่ในระดับ 30.40 บาท เทียบกับราคาหุ้นที่เทรดบนกระดาน ก็เม้าท์ได้ทันทีว่า ดาวน์ไซด์ต่ำของจริงนะจะบอกให้

*อีกรายที่เกี่ยวข้องกับราคายางแบบเต็ม ๆ คงมองไปที่น้องใหม่อย่างหุ้น WFX แบบไม่ลังเลใจ เพราะผลิตภัณฑ์เส้นยางยืดเกี่ยวโยงกับธุรกิจยางโดยตรง และการที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดในระดับ 8.70 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 4.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 306 ล้านบาท ก็มีความได้ทันทีว่า ยอดขายเพิ่มขึ้นตามคำสั่งซื้อของลูกค้า รวมทั้งครึ่งปีแรกจะเห็นโรงงานใหม่เดินเครื่องผลิตเต็มตัว จึงเป็นจังหวะของการ follow buy ไงล่ะคะ

*ส่วนหุ้นก่อสร้างที่มีโมเมนตัมค่อนข้างสวย และกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวรอบใหม่ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้นปูนใหญ่ SCC ก่อนใครเพื่อนเช่นกัน เพราะมองในมุมของโครงการก่อสร้างที่ทยอยออกมาเรื่อย ๆ มันคือภาพที่ทำให้เชื่ออย่างสนิทใจว่า น่าจะเป็นผลดีกับหุ้นตัวนี้เต็ม ๆ ผสานกับการเทรดของหุ้นวันนี้อยู่บนค่า PE 10 เท่า (ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเทรดบนพีอีก 13 เท่า) เดี๊ยนถึงมองการยืนปิดเสมอตัวที่ระดับ 390 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 574 ล้านบาทเสี่ยงต่ำไงล่ะคะ

*นอกจากนี้ยังอยากให้แฟนคลับจับตามองหุ้น CK ให้ดีเป็นพิเศษ เพราะไซเคิลของหุ้นอยู่ในลักษณะ W-Shape พร้อมกับยกฐานสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากฐานต่ำช่วงกลางปีก่อนอยู่ที่ 18 บาท ส่วนช่วงปลายปีอยู่ที่ 21 บาท ขณะที่วานนี้หุ้นยืนปิดที่ระดับ 22.90 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 0.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 329 ล้านบาท มันคือจุดที่ต้องเล่นโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก แถมกูรูวงการก่อสร้างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้ดี! จึงน่าจะจัดสักดอกนะคุณพี่

*ในเมื่อปีนี้วงการก่อสร้างจะดีขึ้นจริง ๆ “โมนิก้า” ก็ขอเล็งไปที่ม้านอกสายตาอย่างหุ้น IND สักนิดหนึ่ง เพราะการคว้างานสร้างถังน้ำมันที่สนามบินอู่ตะเภามูลค่า 2.20 พันล้านบาทเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มันคือตัวแปรสำคัญที่จะทำให้รายได้และกำไรในปีนี้ 65 โตกระฉูด เพราะเจ้านี้ทำได้หมดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ แถมยังมีแผนที่จะควบรวมเพื่อทำให้ตัวบริษัทใหญ่ขึ้น พร้อมก้าวขึ้นไปรับงานที่มีมูลค่าสูงแบบนี้ เดี๊ยนคงต้องให้แฟนคลับคิดกันเอาเองว่า เรื่องที่เม้าท์ให้ฟังน่าเชื่อถือขนาดไหน? และการยืนปิดที่ 2.02 บาท ลบไป 0.04 บาท หรือลงไป 1.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 16 ล้านบาท น่าสนใจอ๊ะป่าว?

*ป.ล.วันนี้สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยอาจเข้าสู่โหมดของการพักฐานอย่างจริงจัง เพราะสัญญาณเทคนิคบอกไว้อย่างชัดเจนว่า Overbought” มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ละคนก็ควรวางแผนการเล่นที่ตนเองถนัดตั้งแต่เนิ่น ๆ นะจ๊ะ

Back to top button