จับตาหุ้น A5 ในวันที่ฟ้าเปิด

การลงทุนมีความเสี่ยง อนาคตของ A5 จะเป็นไปตามแผนงานที่ “ศุภโชค ปัญจทรัพย์” ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ยังต้องติดตาม


เส้นทางนักลงทุน

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ. แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป หรือ A5 หวือหวาร้อนแรงภายหลังการปรับโครงสร้างการถือหุ้นโดย “เกรียงไกร ศิระวณิชการ” ได้ขายหุ้นผ่านระบบ Big Lot Board จํานวน 179,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 14.80 ของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ให้กับ “ทวีรัช ปรุงพัฒนสกุล” นักลงทุน VI ที่ราคา 1.95 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำกว่ากระดาน ทําให้โครงสร้างการถือหุ้นจากเดิม คือ

1.ศุภโชค ปัญจทรัพย์ จำนวน 536,801,385 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 44.39% 2.เกรียงไกร ศิระวณิชการ จำนวน270,000,000 หุ้น คิดเป็น 22.33% 3.ไกวซัน ปัญจทรัพย์ จำนวน 50,934,367 หุ้น คิดเป็น 4.21% 4.ยงเกียรติ ศิริวัจนางกูร จำนวน 45,490,453 หุ้น คิดเป็น 3.76% และ 5.ผู้ถือหุ้นรายอื่น จำนวน 306,158,410 หุ้น คิดเป็น 25.32%

เปลี่ยนแปลงไปเป็น 1.ศุภโชค ปัญจทรัพย์ จำนวน 536,801,385 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน  44.39% 2.ทวีรัช ปรุงพัฒนสกุล จำนวน 179,000,000 หุ้น คิดเป็น 14.80% 3.เกรียงไกร ศิระวณิชการ จำนวน 91,000,000 หุ้น คิดเป็น 7.52% 4.ไกวซัน ปัญจทรัพย์ จำนวน 50,934,367 หุ้น คิดเป็น 4.21% 5.ยงเกียรติ ศิริวัจนางกูร จำนวน 45,490,453 หุ้น คิดเป็น 3.76% และ 6.ผู้ถือหุ้นรายอื่น จำนวน 306,158,410 หุ้น คิดเป็น 25.32%

A5 จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยนับเป็นหุ้นที่มีประวัติยาวนานเพราะเข้าจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. 2546 เริ่มต้นจากชื่อเดิมคือ บมจ.อาร์เค มีเดีย โฮลดิ้ง หรือ RK ซึ่งต่อมาได้ถูกพักการซื้อขายประมาณ 4 ปี

หุ้น A5 กลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้งเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2565 โดยราคาเปิดที่ 9 บาท สูงกว่าราคาปิดครั้งสุดท้ายก่อนถูกห้ามการซื้อขายที่ 1.50 บาท ท่ามกลางราคาหุ้น A5 ที่ผันผวนรุนแรง โดยราคาลงต่ำสุดที่ 1.75 บาท สูงสุดที่ 9 บาท และปิดตลาดที่ 2.22 บาท จากนั้นราคาก็ลดลงต่อเนื่อง

การกลับมาซื้อขายของหุ้น A5 ณ วันนั้น นับเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ของวงการตลาดหุ้น เพราะมีการร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เข้าตรวจสอบธรรมาภิบาลของผู้บริหาร เนื่องจาก A5 ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับนักลงทุนที่หวังเก็งกำไรจากความหวือหวาของราคาหุ้น ซึ่งเคสนี้มีกระแสว่ามีมาร์เก็ตติ้งรายหนึ่งเข้าไปกว้านซื้อหุ้น A5 ในราคาถูกมาขายให้กับนักลงทุนในราคาแพง โดยจะผลักดันราคาให้วิ่งไปถึง 10 บาท รองรับด้วยบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ว่า A5 มีราคาเหมาะสมที่ 13.50 บาท

ขณะเดียวกันในวันนั้นมีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ 7 ราย ซึ่งมีทั้งคนในตระกูล “ปัญจทรัพย์” และเพื่อนฝูงของ “ศุภโชค ปัญจทรัพย์” ได้เทขายหุ้นรวมกันมากกว่า 143 ล้านหุ้นออกมา

เช่นเดียวกับ “เกรียงไกร ศิระวณิชการ” อดีตประธานกรรมการ A5 และ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อันดับ 2 ก็ได้มีการขายหุ้นออกจำนวน 37,134,850 หุ้น ราคาเฉลี่ย 4.65 บาทต่อหุ้น  ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ได้รับเงินราว 172.26 ล้านบาท โดยยังเหลือหุ้น A5 อีก 270 ล้านหุ้นในมือที่พร้อมจะขายออกมาในอนาคต ทำให้เป็นปัจจัยกดดันหุ้น A5 จนไม่สามารถเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นได้มาก

ถึงวันนี้หุ้น A5 ได้รับการปลดชนวนระเบิดความไม่แน่นอนออกไป จากการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทำให้ราคาหุ้นตอบสนองในทางขาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2565 ซึ่งทาง A5 ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ถึงการปรับโครงสร้างดังกล่าวเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน (5 เม.ย.) ราคาหุ้น A5 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทะลุ 3 บาท มายืนจุดสูงสุดของวันที่ 3.26 บาท และหากนับจากราคาปิด ณ สิ้นวันที่ 31 เม.ย. เปรียบเทียบกับราคาหุ้นระดับสูงสุดนับจากมีการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ราคาหุ้นตัวนี้ปรับเพิ่มขึ้น…64.64% แล้ว จาก 1.98 บาท ด้านมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นขยับจากหลักหลายร้อยล้านบาทกระโดดขึ้นไปเกือบแตะ 3 พันล้านบาท  จากเดิมแค่หลักสิบกว่าล้านบาท ถือเป็นมูลค่าการซื้อขายที่โป่งพองเทียบเท่ากับมูลค่าการซื้อขายของหุ้นบริษัทขนาดใหญ่เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามมีแรงขายทำกำไรออกมา ทำให้ราคาหุ้นลดลงจากจุดสูงสุดมายืนปิดล่าสุดที่ 2.70 บาท (ณ สิ้นวันทำการที่ 5 เม.ย. 2565)

“ศุภโชค ปัญจทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร A5 ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “ข่าวหุ้น” @MCOT HD 30 ทางช่อง 9 ระบุว่า A5 ในวันนี้ถือว่าฟ้าเปิดแล้ว”  ไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวลอีก การเข้ามาของ “ทวีรัช ปรุงพัฒนสกุล”  ผู้ถือหุ้นรายใหม่ซึ่งเป็นนักลงทุนแบบ VI  ส่วนใหญ่จะถือหุ้นอย่างเดียว ไม่เข้ามานั่งบริหาร

A5 ในวันที่ฟ้าใสภายหลังการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่จะเป็นบริษัทที่มีอนาคต โดยในปีนี้ตั้งเป้าหมายจะมีรายได้แตะ 1.1 พันล้านบาท ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาสามารถทำได้ตามเป้า และช่วงไตรมาส 2-3 ปีนี้ บริษัทจะเปิด 2 โครงการแนวราบใหม่ที่จังหวัดอุดรธานี ส่วนไตรมาส 4 จะเปิด 1 โครงการ ในกรุงเทพฯ รวมเปิดทั้งปี 3 โครงการ มูลค่า 3.2 พันล้านบาท

รายได้ A5 ปีนี้จะเติบโต 30% จาก 856 ล้านบาทปีก่อน และในปี 2566 รายได้จะเพิ่มมากขึ้น ตามการรับรู้โครงการคอนโดมิเนียมต้นสน วัน เรสซิเดนซ์ ทำให้ A5 เติบโตได้ 30% ทุกปี กลายเป็นหุ้น “Growth stock

การลงทุนมีความเสี่ยง อนาคตของ A5 จะเป็นไปตามแผนงานที่ “ศุภโชค ปัญจทรัพย์” ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ยังต้องติดตาม แต่ ณ วันนี้ ราคาหุ้น A5 ได้ตอบรับ “การปลดชนวนระเบิด” จากการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่เรียบร้อยแล้ว

Back to top button