“ทองคำ” ส่อแววพักตัว! YLG แนะ “ย่อซื้อ-ดีดขาย” ฟาก UBS หั่นเป้าปลายปีเหลือ 5,500 เหรียญ

YLG ประเมินทิศทางราคาทองคำระยะนี้ส่อแววพักตัวและแกว่งตัวลง แนะนักลงทุนเปิดสถานะซื้อหากยืนเหนือแนวรับ 4,483 ดอลลาร์ฯ ควบคู่กลยุทธ์ "ย่อซื้อ-ดีดขาย" ขณะที่ยักษ์ใหญ่การเงิน UBS ประกาศหั่นเป้าราคาทองคำสิ้นปีลง 400 ดอลลาร์ เซ่นพิษบอนด์ยีลด์สูงและดอลลาร์แข็งค่า


นายวรุต รุ่งขำ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG ประเมินแนวโน้มราคาทองคำในระยะนี้ว่าอยู่ในทิศทางแกว่งตัวลง อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าราคายังคงมีโอกาสที่จะดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านได้อีกครั้ง ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบ “ย่อซื้อ-ดีดขาย” โดยนักลงทุนสามารถเปิดสถานะซื้อ หากราคาสามารถยืนหยัดและไม่หลุดแนวรับที่ 4,483 ดอลลาร์สหรัฐ และให้พิจารณาตัดขาดทุน (Stop Loss) ทันทีหากราคาหลุด 4,453 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรอดูทิศทางที่ชัดเจนอีกครั้ง

ทั้งนี้ แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรหากราคาไม่สามารถผ่านช่วงแนวต้าน 4,540-4,522 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หากราคาผ่าน 4,540 ดอลลาร์สหรัฐไปได้ ให้ชะลอการขายออกไปเพื่อรอทำกำไรที่แนวต้านถัดไป สำหรับแนวรับสำคัญของ GOLD SPOT ประเมินไว้ที่ 4,483 / 4,453 / 4,405 ดอลลาร์สหรัฐ และแนวต้านอยู่ที่ 4,540 / 4,581 / 4,607 ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก พบว่าปริมาณการถือครองทองคำยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1,034.853 ตัน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า แต่หากพิจารณานับตั้งแต่ต้นปี พบว่ากองทุนได้ปรับลดการถือครองลงไปแล้วทั้งสิ้น 35.707 ตัน

นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจประจำวันอย่างใกล้ชิด อาทิ การรายงานตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรมของจีนประจำเดือนเมษายน ซึ่งครั้งก่อนหน้าอยู่ที่ 15.50% รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP ซึ่งครั้งก่อนอยู่ที่ระดับ 42.3K และดัชนีภาคการผลิตเดือนพฤษภาคมจากเฟดริชมอนด์ ที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 5 เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนหน้าที่ระดับ 3 ตลอดจนการแถลงนโยบายและมุมมองเศรษฐกิจของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ทั้งผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น และสมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน สถาบันการเงิน UBS ได้ประกาศปรับลดเป้าหมายราคาทองคำในช่วงสิ้นปีนี้ลง 400 ดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ระดับ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากตลาดยังคงเผชิญกับความเสี่ยงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดทองคำ

Back to top button