พาราสาวะถี

เกิดเหตุสลด อดีต ตร.ยศสิบตำรวจเอกใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในศูนย์เด็กเล็ก อบต.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวม 36 ศพ


เกิดเหตุสลด อดีต ตร.ยศสิบตำรวจเอกใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในศูนย์เด็กเล็ก อบต.นากลาง ตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวม 36 ศพ ซึ่งจำนวน 5 ศพเป็นการปลิดชีพตัวเองของผู้ก่อเหตุและคนในครอบครัว เหตุช็อกโลกครั้งนี้สื่อต่างชาติตีข่าวกันกระหึ่ม ที่น่าสนใจ เดอะการ์เดียนรายงานว่า สัดส่วนของผู้ครอบครองปืนในประเทศไทยถือว่าสูงกว่าประเทศอื่นบางประเทศในภูมิภาคนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปืนเถื่อนที่มีการซื้อขายกันผ่านชายแดน

เมื่อไปดูประวัติของผู้ก่อเหตุก็พบว่าถูกให้ออกจากราชการโทษฐานพัวพันกับยาเสพติด และระหว่างรับราชการก็เคยถูกผู้บังคับบัญชาสั่งปลดอาวุธมาแล้ว เนื่องจากเกรงว่าจะนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรงในลักษณะนี้ ดังนั้น สิ่งที่สื่อต่างชาติชี้ไปที่อาวุธปืนเถื่อน แม้เหตุกราดยิงในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย แต่ในแต่ละครั้งจะพบการสูญเสียจำนวนมาก เหมือนเมื่อคราววันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2563 ที่จ่าคลั่งก่อเหตุที่จังหวัดนครราชสีมา ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 31 ศพ บาดเจ็บ 58 ราย

ในฐานะที่กำกับดูแลทั้งกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจจะปฏิเสธความรับผิดชอบเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธเถื่อน สินค้าผิดกฎหมายที่ลักลอบนำเข้ากันตามตะเข็บชายแดน แม้กระทั่งเรื่องแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่เคยกลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ของการระบาดที่สมุทรสาครในกรณีของโควิด-19 ผู้นำที่ถนัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาจนถึงวันนี้ก็ไม่เห็นมีคำตอบอะไรมาชี้แจงต่อประชาชน

สิ่งสำคัญ คือ ปัญหายาเสพติด จุดนี้ก็จะเห็นได้ว่าผู้ก่อเหตุเคยสารภาพกับผู้บังคับบัญชาว่า เสพมาตั้งแต่มัธยม จนกระทั่งมาเป็นตำรวจก็เลิกไม่ได้ มิหนำซ้ำ เมื่อถูกจับกุมยังอ้างหน้าตาเฉยเสพมาตั้งนานไม่เห็นมีใครจับ มากไปกว่านั้น คือ ยาบ้าที่รับมาคือมาจากอดีตนายตำรวจใหญ่ที่ถูกให้ออกจากราชการไปแล้ว ตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีที่ผ่านมานั้น น่าจะมีคำตอบกันได้ว่า ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจเอาจริงเอาจังต่อเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด

กลายเป็นว่าการกลับมาทำหน้าที่นายกฯ รอบนี้ก็มีแต่เรื่องร้าย ๆ ทั้ง น้ำท่วมเป็นวงกว้างหลายจังหวัด หลายภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน อันเป็นฐานเสียงสำคัญสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ด้วยกติกาของ กกต.ที่ออกมาด้วยเงื่อนบังคับ 180 วันของรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง มันทำให้คนการเมืองหงุดหงิดหัวใจไม่น้อย ไม่ใช่เฉพาะแต่ ส.ส.ฝ่ายค้าน พวกในรัฐบาลก็ไม่ต่างกัน ยิ่งมีหัวโขนเป็นรัฐมนตรี แจกมากก็หาว่าเอาเปรียบ พอไม่แจกก็เกรงว่าจะกระทบคะแนนนิยมในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ กกต.ทั้ง 7 คนก็ยังไม่รู้สึกรู้สา ปรับเปลี่ยนแก้ระเบียบเพื่อให้ตัวแทนของประชาชนได้ทำหน้าที่ในการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นก็คนในพื้นที่ อย่ามาอ้างว่าไม่ต้องรอนักการเมืองเดี๋ยวบรรดามูลนิธิ ความช่วยเหลือจากภาคส่วนต่าง ๆ ก็จะเข้าไป ถามว่ามันทันต่อความเดือดร้อนหรือไม่ นักเลือกตั้งทั้งหลายย่อมรู้ดีกว่าใคร พื้นที่ไหนประสบปัญหาและต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน

ไม่ใช่แค่เพียงภัยธรรมชาติที่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจได้กลับมารับมืออย่างหนักหน่วง รวมถึงเหตุการณ์กราดยิงดังกล่าว ทางการเมืองก็ขยับกันชัดเจนแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ต้องขอตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แทน นิพนธ์ บุญญามณี ที่ล่าสุด เจ้าตัวในฐานะผู้นำในการเตรียมการเลือกตั้งของพรรคเก่าแก่ ยืนยันว่า จะมีการขอปรับเก้าอี้รัฐมนตรีเพียงแค่ 1 ตำแหน่งเท่านั้น ไม่มากไปกว่านี้

รีบสยบแรงกระเพื่อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแน่โดยทันที แต่ทั้งหมดคงต้องรอดูผลการประชุมของพรรคที่เตรียมจะจัดขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ จะมีมติตามที่นิพนธ์ว่าหรือไม่ เมื่อไปดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มมุ้งต่าง ๆ ภายในพรรคแล้ว บรรดาคนสายใต้อยากจะขอเก้าอี้เพิ่ม เพราะถือเป็นพื้นที่ความหวังต้องเต็มที่ในทุกจังหวัด โควตาของรัฐมนตรีอย่าง จุติ ไกรฤกษ์ และ คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช นั้น ไม่สามารถก่อให้เกิดคุณกับพรรคได้ในสนามเลือกตั้งในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและอีสานได้อย่างแน่นอน

จึงมีความเคลื่อนไหวในการที่จะแซะเก้าอี้ของสองรัฐมนตรีมาโดยตลอด แต่ระยะหลังจะโน้มเอียงไปในรายของจุติเป็นด้านหลัก นั่นเป็นเพราะการดูแลเอาใจใส่นักเลือกตั้งไม่เหมือนรัฐมนตรีช่วยอีกราย ขณะเดียวกัน ปัญหาสำคัญของพรรคเก่าแก่ คือ คนในระดับนำยังมีทีท่าว่าจะอำลาพรรคกันอีกหลายราย เหมือนอย่างที่ไปเปิดตัวในงานวันเกิดของ เนวิน ชิดชอบ อย่าง แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี ก็เป็นการส่งสัญญาณชัดว่า เลือกตั้งครั้งหน้าจะเปลี่ยนสีเสื้อไปสวมภูมิใจไทยแน่นอน

ดังนั้น การจัดทัพของพรรคเก่าแก่เวลานี้จึงมองไปที่การเตรียมพร้อมเพื่อยึดเก้าอี้ ส.ส.ภาคใต้กลับมา เช่นเดียวกันกับในพื้นที่ กทม. แต่ดูเหมือนว่าฐานเมืองหลวงหลังจากชัยชนะอันถล่มทลายของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ทำให้บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายต้องหันมาปรับกลยุทธ์กันใหม่ ประเภทเปิดหน้าท้าชน โจมตีคู่แข่งและพรรคฝ่ายตรงข้าม ต้องเลิกได้แล้ว คนเมืองหลวงมีเป้าหมายในการเลือกตั้งมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้จะแห่ตามกระแสเพียงอย่างเดียว

ด้านภูมิใจไทยหลังจากเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครย้ายคอกในงานวันเกิดเนวินไปแล้ว ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ต่อการที่จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสาน รวมไปถึงภาคใต้ แต่ที่แอบซุ่มอยู่คือใน กทม. การได้ ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ จากเพื่อไทยเพียงรายเดียวนั้น ยังไม่เพียงพอ มีข่าวแว่วมาว่า ได้มีการเจรจากับ ส.ส.ของพรรคสืบทอดอำนาจไว้จำนวนหนึ่ง รอแค่จังหวะเปิดตัวเท่านั้น รวมไปถึงว่าที่ผู้สมัครของพรรคเก่าแก่บางรายด้วย ถือเป็นสูตรสำเร็จของพรรคการเมืองนี้ เนื่องจากมีการเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมทุกทาง เมื่อกระสุนไม่ติดขัด รับปากแล้วต้องได้ ย่อมเนื้อหอมถูกรุมตอมเป็นธรรมดา แต่กระแสค่อยดูกันหลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัว

Back to top button