AAI โตรับเทรนด์ Pet Humanization

AAI เป็นไอพีโอหุ้นอาหารหมาและแมวน้องใหม่ในกลุ่มบริษัท ASIAN ที่เพิ่งเข้าตลาดฯ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.65 ที่ผ่านมา


คุณค่าบริษัท

บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI เป็นไอพีโอหุ้นอาหารหมาและแมวน้องใหม่ในกลุ่มบริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN ที่เพิ่งเข้าตลาดฯ เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา โดยวันแรกที่เข้าเทรดปิดตลาดที่ 8.90 บาท เหนือจอง 60.36% จากราคาไอพีโอที่ 5.55 บาท

สาเหตุที่ทำให้นักลงทุนมั่นใจในหุ้นตัวนี้ เป็นเพราะผลงานในช่วงที่ผ่านมาเติบโตโดดเด่น ดูได้จากงบปี 2563 ที่มีรายได้จากการขาย 4,512 ล้านบาท กำไรสุทธิ 555 ล้านบาท ปี 2564 มีรายได้จากการขาย 4,985 ล้านบาท กำไรสุทธิ 639 ล้านบาท

ส่วนงบไตรมาส 3/2565 มีกำไรสุทธิ 195 ล้านบาท เติบโต 49.3% จากช่วงเดียวกันปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 130 ล้านบาท และมียอดขายรวม 1,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.4% จากช่วงเดียวกันของปี 2564 ที่มียอดขายรวม 1,228 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 9 เดือนของปี 2565 มีกำไรสุทธิ 558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.5% เทียบช่วงเดียวกันปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 452 ล้านบาท และมียอดขายรวม 5,423 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.8% เทียบช่วงเดียวกันปี 2564 ที่มียอดขายรวม 3,644 ล้านบาท

ผลงานที่เติบโตโดดเด่นของ AAI รับอานิสงส์จากเทรนด์ Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัวที่กำลังมาแรง ส่งผลให้อุตสาหกรรมดูแลสัตว์เลี้ยงเติบโตสูง โดยเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตก้าวกระโดด จากปี 2564 มูลค่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงอยู่ที่ 40,638 ล้านบาท คาดจะเพิ่มเป็น 60,495 ล้านบาท ในปี 2569 กลายเป็นปัจจัยหนุนการเติบโต AAI อย่างมีนัยสำคัญ

สอดคล้องกับการที่บริษัทมีการปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายปี 2565 ใหม่เป็น 7,200 ล้านบาท เติบโต 42% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มียอดขายรวม 5,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์ 6,200 ล้านบาท และยอดขายธุรกิจอาหารคนพร้อมทาน 1,000 ล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 5,600 ล้านบาท แบ่งเป็น ยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์ 4,800 ล้านบาท และยอดขายธุรกิจอาหารคนพร้อมทาน 800 ล้านบาท ซึ่งรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ระดับ 19-20%

ขณะที่ ในไตรมาส 4/2565 คาดว่ายอดขายจะดรอปลงทั้งในส่วนของธุรกิจอาหารสัตว์ และธุรกิจอาหารคนพร้อมทาน เนื่องจากลูกค้าได้มีการเร่งคำสั่งผลิต (Order) ไว้รองรับช่วงปีใหม่ไปแล้ว แต่ยอดขายจะกลับมาเติบโตในช่วงต้นปีตามรอบการค้าขายของปี 2566 ซึ่งตามปกติจะมีออเดอร์เข้ามาทั้งผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่

ด้านบล.จีเอ็มโอ-แซด คอม ระบุว่า ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างโดดเด่นในระยะยาวจากพฤติกรรมของมนุษย์ที่หันมาเลี้ยงแมวและสุนัขมากขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวในช่วง 10 ปีต่อจากนี้ ทำให้แนวโน้มจำนวนสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นจากฐานที่สูงในปัจจุบัน ส่งผลให้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดย AAI นำเงินจาก IPO ไปใช้ในการขยายกำลังการผลิต และสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติเป็นหลัก ด้านราคาหุ้นอยู่สูงกว่าราคา IPO ที่ 5.55 บาท มาโดยตลอด ทำให้ราคาหุ้นในปัจจุบันมี Upside เหลือน้อย แนะนำ “ถือ”

สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันราคาหุ้น AAI ซื้อขายกันที่ P/E ระดับ 19.17 เท่า เทียบกับ P/E ตลาดโดยรวมที่ระดับ 17.69 เท่า ถือว่าราคาซื้อขายสูงกว่าตลาด สอดคล้องกับ P/BV ที่ระดับ 3.04 เท่า ก็ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่ปัจจุบันซื้อขาย P/BV เฉลี่ยที่ 1.61 เท่า

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่

  1. บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 1,487,493,000 หุ้น 70.00%
  2. นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล 65,223,900 หุ้น 3.07%
  3. นายแพทย์ รัชต์ชยุตม์ จีระพรประภา 22,018,188 หุ้น 1.04%
  4. BBHISL Nominees Limited 19,142,500 หุ้น 0.90%
  5. HSBC INSTITUTIONAL TRUST SERVICES (ASIA) LIMITED 16,500,000 หุ้น 0.78%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายวิชัย อัศรัสกร ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ, ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
  2. นายเอกราช พรรณสังข์ กรรมการผู้จัดการ, กรรมการ
  3. นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล กรรมการ
  4. นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ กรรมการ
  5. น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการ
  6. นายเฮนดริคัส แวน เวสเทนดอร์พ กรรมการ
  7. นายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ
  8. ร.อ.ร.น.สุทธินันท์ หัตถวงษ์ กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ

Back to top button