เซียนตัดเซียนโมนิก้าและทีมงาน

*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยวานนี้ยังเป็นแพตเทิร์นเดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่เหมือนที่หลายคนพยายามอยากให้เป็น แต่ที่น่าสนใจในช่วงนี้กลายเป็นว่า เซียนตายเรียบ?แก๊ปของการออกของแทบหาไม่เจอ แถมในบางวันขอเอาแค่ 2-3 ช่องแล้วปล่อยของทันที! มันเลยเป็นเกมชิงความได้เปรียบของแต่ละฝั่งมากกว่า ซึ่งไม่รู้ว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรเจ้าค่ะ


*สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยวานนี้ยังเป็นแพตเทิร์นเดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่เหมือนที่หลายคนพยายามอยากให้เป็น แต่ที่น่าสนใจในช่วงนี้กลายเป็นว่า เซียนตายเรียบ?แก๊ปของการออกของแทบหาไม่เจอ แถมในบางวันขอเอาแค่ 2-3 ช่องแล้วปล่อยของทันที! มันเลยเป็นเกมชิงความได้เปรียบของแต่ละฝั่งมากกว่า ซึ่งไม่รู้ว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรเจ้าค่ะ

*ส่วนที่แน่ๆ ในจังหวะนี้คงเป็นเรื่องของเซียนบางกลุ่มเหยียบ TEENกันเอง พร้อมกับโบ้ยความผิดให้กับอีกฝั่งแบบหน้าด้านๆ “โมนิก้า” ถือเป็นสีสันที่ทำให้รู้ว่า ในวงการนี้ “ไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร” คนที่จะเป็นใหญ่ในการตลาดหุ้นล้วนผ่านเรื่องเหยียบหัวคนอื่นขึ้นมาเป็นใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น วันนี้ถึงไม่ต้องมองเรื่อง ไอดอลในวงการตลาดหุ้น! เพราะเรื่องจริงมันมีแค่ใครออกของก่อน ย่อมได้เปรียบนะคะ

*เมื่อบวกการพูดจาหว่านล้อมที่สุดแสนจะไพเราะเสนาะหู อีกทั้งพวกลูกหาบค่อยส่งเสียงเชียร์ดังกึกก้อง เลยดูเหมือนว่ากลุ่มเซียนต่างๆ มีพลังวิเศษอะไรปานนั้นแหละ! “โมนิก้า” ถึงรู้สึกเฉยๆ ที่กลุ่มคนเหล่านี้มารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย เพราะทุกครั้งที่มีปรากฏการณ์ดังกล่าว สุดท้ายจบไม่สวยทุกที พร้อมกันนั้นก็จับมือใครดมไม่ได้ว่า ใครกันแน่ๆ..ที่ชอบพูดความจริงครึ่งเดียวไปวันๆ พะยะค่ะ

*ประเด็นดังกล่าวครอบคลุมคำแนะนำของกองทุนที่เม้าท์จนน้ำลายแตกฟองว่า ถึงเวลาทยอยเก็บหุ้นเข้าพอร์ต? ขณะที่ตัวเลขโชว์จริงๆ กลับเป็นการขายในวันที่หุ้นตกหนักๆ และจะมียอดซื้อโผล่มาให้เห็นอีกครั้งในวันที่ดัชนีลบเล็กๆ “โมนิก้า” ก็เลยถึงบางอ้อในทันทีว่า นี่เป็นกลยุทธ์ถอยซื้อ ซึ่งเป็นอาการของคนที่ไม่มั่นใจในทิศทางการลงทุน จึงเลือกสะสมหุ้นในต้นทุนที่ต่ำลงเรื่อยๆ ไงล่ะค่ะ

*ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจที่เห็นดัชนีโรยตัวลงมาปิดที่ 1,359.70 จุด ลบไป 3.43 จุด ด้วยมูลค่า 4.48 หมื่นล้านบาท และปรากฏยอดซื้อของกองทุน 680 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยกวาดหุ้นเข้าพอร์ตไป 1.80 พันล้านบาท ขณะที่ต่างชาติสาดทิ้งแบบเนื้อๆ เน้นๆ 2.50 พันล้านบาท และเมื่อดูตามรูปการณ์ที่ปรากฏให้เห็น ณ เวลานี้ มันหมายความว่าดัชนีมีโอกาสรูดลงไปอีกนะจะบอกให้

*สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเกิดจากแก๊ปในการออกของแคบลงเรื่อยๆ บวกกับกองทุนหันมาเล่นในจังหวะขาลงถี่ขึ้น วันนี้ถึงเห็นภาพเซียนตัดเซียนในอีกมิติหนึ่ง และปีนี้ก็เป็นปีที่ปราบเซียนอย่างแท้จริงปีหนึ่ง “โมนิก้า” ถึงไม่เห็นกองทุนไหนออกมาร้องแรกแหกกระเชอว่า กองทุนของตัวเองผลงานเด่นสุด! และอยากให้แฟนคลับหันมามองเรื่องปัจจัยพื้นฐานมากเป็นพิเศษเจ้าค่ะ

*เนื่องจากข้อมูลที่ทุกคนมีอยู่ในมือคือ เศรษฐกิจประเทศไม่ดี มูลค่าหุ้นเกินพื้นฐาน จู่ๆ หุ้นแบงก์สีเขียว KBANKกระชากขึ้นมาปิดที่ 171 บาท บวกไป 3 บาท ทั้งที่ภาพใหญ่ของหุ้นเป็นทิศทาง side way downส่วนปัจจัยพื้นฐานยังอยู่ในระดับทรงตัวถึงแย่ลงเล็กน้อย “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับลองไปพิจารณาอีกทีว่า จำเป็นต้องเล่นเกมเสี่ยงขนาดนี้เลยหรือไง?

*เหมือนกับในรายของหุ้นร้อน GLยังคงพยายามแสดงอภินิหารตลอดเวลา โดยใช้ตัวเลขผลงานงวด 9 เดือนที่สวยหรูเป็นตัวบิ้วด์อารมณ์ แต่ลืมไปว่าเวลานี้ต้องประเมินการลงทุนจากปัจจุบันเป็นที่ตั้ง และเมื่อมองดูจากค่า P/Eที่ระดับ 46 เท่า “โมนิก้า” ถึงกับร้องอุทานเสียงหลง เพราะเมื่อดูวงรอบของข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่า ตรงนี้เป็นจุดเสียว! (ราคาสูงไปหน่อย) แต่วานนี้หุ้นก็ขึ้นมายืนอยู่ที่ 18.30บาท บวกไป 1.30บาท หรือขึ้นไป 7.65% ได้อย่างหน้าตาเฉยเลยนะคะ

*อีกหนึ่งรายที่น่าจับตาสุดๆ “โมนิก้า” ขอพุ่งเป้าไปที่หุ้น SPORTตลอดทั้งวันมีข่าวลือเกี่ยวกับการเทกโอเวอร์สโมสรฟุตบอลเมืองทองออกมาไม่ขาดสาย พอเดี๊ยนส่งสายสืบออกไปหาข่าวข้างนอก เลยพอจับใจความได้ว่า มีคนพยายามจับแม็ท หลังจากเห็นคำประกาศเพิ่มทุนของสโมสรฟุตบอลลงในหนังสือพิมพ์ “ข่าวหุ้น” วานนี้ถึงเห็นราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาปิดที่ 2.28บาท บวกไป 0.30บาท หรือขึ้นไป 15% ไงล่ะค่ะ

*ส่วนของแท้แน่นอน “โมนิก้า” มองกี่ทีก็ไม่เคยเบื่อในเที่ยวนี้คือ EAเพราะของมันรู้กันอยู่เต็มอกตูมๆ ทุกอย่างกำลังไปได้สวย และวันนี้ก็เป็นหุ้นพลังงานทางเลือกที่โลดแล่นได้อย่างภาคภูมิใจ ขณะที่เจ้าอื่นๆ เริ่มง่อยเปลี้ยเสียขากันไปทีละรายสองราย เท่ากับเป็นแรงหนุนให้ “น้องอมร” เจิดจรัสเบ่งบานยิ่งกว่าดอกไม้บานยามเช้า วานนี้ถึงเห็นหุ้นมีแรงซื้อเยอะแยะก่อนจะวิ่งขึ้นมาปิดที่ 24.80บาท บวกไป 0.80 บาท จึงกลายเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มีเงินเย็นไปโดยปริยายเจ้าค่ะ

Back to top button