ANI กำไรถ้วนหน้า.!

เป็นไอพีโออีกหนึ่งตัวที่รอดปลอดภัยจากวิกฤตไอพีอีในปี 2566 สำหรับ ANI ซึ่งทำธุรกิจตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบิน เป็นลูกในไส้ของ III


เป็นไอพีโออีกหนึ่งตัวที่รอดปลอดภัยจากวิกฤตไอพีอีในปี 2566 สำหรับบริษัท เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ANI ซึ่งทำธุรกิจตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบิน เป็นลูกในไส้ของบริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ที่ถือฤกษ์งามยามดีช่วงปลายปีที่แล้ว (14 ธ.ค. 2566) เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

แม้วันแรกจะสะดุดขาตัวเองไปบ้าง โดยปิดเทรดที่ 4.98 บาท ต่ำจอง 5.14% จากราคาไอพีโอที่ 5.25 บาท แต่หลังจากนั้นมา ANI ก็ยืนแกร่งเหนือจองมาโดยตลอด เคยทำสถิติราคาปรับขึ้นไปแตะสูงสุดที่ 7 บาท ก่อนจะย่อตัวลงมาซื้อขายกันที่ 6 บาทเศษ

เท่ากับว่าใครที่มีหุ้น ณ ราคาไอพีโอ ก็แฮปปี้เอนดิ้งไปตาม ๆ กัน..!!

เห็นอย่างนี้ ชักอยากรู้แล้วสิว่าใครได้รับการจัดสรรหุ้นไอพีโอไปบ้างนะ..!?

ไปดูรายชื่อ 20 อันดับแรกที่ได้รับการจัดสรรหุ้นไอพีโอในส่วนของบุคคล ไม่ปรากฏชื่อบรรดาเซียนดังขาประจำหุ้นไอพีโอแฮะ ที่เป็นที่รู้จักเห็นจะมีแค่ “กึ้ง”–เฉลิมชัย มหากิจศิริ ไฮโซคนดัง ทายาทอาณาจักรเนสกาแฟ พ่วงด้วยตำแหน่งผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เท่านั้น ซึ่งได้รับการจัดสรรหุ้น ANI ไป 4.7 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 24.67 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.85%

ส่วนที่เหลือเป็นบุคคลที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงตลาดทุน แต่อาจมีชื่อในแวดวงโลจิสติกส์ ก็ว่ากันไป

แต่ไฮไลต์อยู่ที่นิติบุคคลมากกว่า ซึ่งมี 4 รายด้วยกัน แต่ละชื่อก็พอคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่ รายแรกไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น UOB KAY HIAN PTE LTD A/C CLIENTS ได้รับการจัดสรรหุ้นไอพีโอไปมากสุด 184 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 966 ล้านบาท หรือคิดเป็น 33.17% ส่งผลให้ปัจจุบันกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของ ANI ด้วยสัดส่วน 9.96%

ตามมาด้วย บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ขนส่งเจ้าใหญ่ในเครือปูนซิเมนต์ไทย ได้รับการจัดสรรหุ้นมากเป็นอันดับ 2 ปาไป 92.20 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 484.05 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16.62% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 4 ของ ANI ด้วยสัดส่วน 4.99%

ฟากบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ได้รับการจัดสรรหุ้น 28.59 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 150.12 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.15% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 6 ของ ANI ด้วยสัดส่วน 1.55%

ส่วนนิติบุคคลรายสุดท้ายอาจไม่คุ้นชื่อ เพราะเป็น Private Bank จากประเทศลิกเตนสไตน์ นั่นคือ LGT BANK (SINGAPORE) LTD. ได้รับการจัดสรรหุ้นไป 11.70 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 61.42 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.11% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 8 ของ ANI ด้วยสัดส่วน 0.63%

ถ้าดูจากราคาหุ้น ANI วานนี้ (25 ม.ค.) ซึ่งปิดตลาดที่ 6.10 บาท ทำให้การถือหุ้นแค่เดือนเศษ ๆ ของ 4 นิติบุคคลได้กำไรไปถ้วนหน้า โดย UOB KAY HIAN PTE LTD A/C CLIENTS ฟันกำไรไปเหนาะ ๆ 156.40 ล้านบาท ด้าน SJWD ได้กำไรไป 78.37 ล้านบาท, SKY ได้กำไรไป 24.27 ล้านบาท และ LGT BANK (SINGAPORE) LTD. ได้กำไรไป 9.95 ล้านบาท

อ้อ…“กึ้ง”–เฉลิมชัย ก็ได้ค่าขนมไป 4 ล้านบาทด้วยนะ…

น่าอิจฉาจัง..!!

ขณะที่ทิศทางธุรกิจของ ANI ยังเป็นเทรนด์ขาขึ้น จากปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น หลังจากผ่านพ้นวิกฤตโควิด ก็น่าจะเห็นการเติบโตมากขึ้น

มิน่าล่ะ…เข้าเทรดวันแรก SJWD จึงควักเงิน 39.40 ล้านบาท ซื้อหุ้นเพิ่มอีก 7.10 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 5.55 บาท ส่งผลให้ถือหุ้น ANI เพิ่มเป็น 99.30 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 5.37%

ส่วนรายอื่น ๆ ก็ไม่เห็นข้อมูลการขายหุ้นออกมานะ…

สงสัยจะกอดหุ้นกันแน่นป๊ะเนี่ย..!!

…อิ อิ อิ…

Back to top button