‘จีน-อังกฤษ’ ความสัมพันธ์อันประณีต

จากกรณี “เคียร์ สตาร์เมอร์” นายกรัฐมนตรี แห่งสหราชอาณาจักร เข้าพบปะกับ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีของจีน พร้อมกล่าวถ้อยวลีหวานว่า ตนต้องการสร้าง “ความสัมพันธ์อันประณีต” กับรัฐบาลกรุงปักกิ่ง


จากกรณี “เคียร์ สตาร์เมอร์” นายกรัฐมนตรี แห่งสหราชอาณาจักร เข้าพบปะกับ “สี จิ้นผิง” ประธานาธิบดีของจีน พร้อมกล่าวถ้อยวลีหวานว่า ตนต้องการสร้าง “ความสัมพันธ์อันประณีต” กับรัฐบาลกรุงปักกิ่ง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความมั่นคงระหว่าง 2 ชาติ

นี่คือ..การส่งสัญญาณการเริ่มต้นใหม่ หลังความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ฝ่ายตึงเครียดยาวนานหลายปี..!?

ถือว่า “สตาร์เมอร์” เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนแรกรอบ 8 ปี ที่เดินทางเข้าพบกับประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ถึงประเทศจีน โดยผู้นำทั้ง 2 ใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 80 นาทีที่มหาศาลาประชาคม ก่อนรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เริ่มต้นบทสนทนาว่า “จีนเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญบนเวทีโลก อังกฤษมองเห็นความสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ช่วยเปิดโอกาสการร่วมมือกันได้ ขณะเดียวกันต้องมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างจริงจังในประเด็นที่เห็นต่างกันด้วย”

ขณะที่ “สี จิ้นผิง” กล่าวตอบว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอังกฤษ ได้ผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงและประสบกับอุปสรรคมาหลายครั้ง ถือว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศ โดยจีนพร้อมจะพัฒนาสัมพันธ์ของความเป็นหุ้นส่วนระยะยาว”

“รัฐบาลอังกฤษ” ที่กำลังประสบปัญหาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้กำหนดให้การสร้างความสัมพันธ์กับประเทศจีนเป็นวาระที่สำคัญสุด แม้จะมีข้อกังขาเกี่ยวกับปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนของจีนก็ตาม โดยผู้นำอังกฤษระบุว่า ตนสามารถผลักดันให้มีความคืบหน้าการหารือกับผู้นำจีน เพื่อลดอัตราภาษีวิสกี้

ขณะที่จีน..จะพิจารณายกเว้นวีซ่าให้กับพลเมืองอังกฤษ..เช่นกัน..!!

สำหรับ “สตาร์เมอร์” ถือเป็นผู้นำชาติตะวันตกคนล่าสุด ที่ขยายความสัมพันธ์ทางการทูตร่วมกับจีน เนื่องจากชาติต่าง ๆ ต้องการป้องกันตัวเอง จากความไม่แน่นอนของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ไม่ว่าจะเป็นการขู่ขึ้นภาษีนำเข้าเป็นระยะ ๆ หรือแผนการเข้ายึดกรีนแลนด์ ที่เป็นเขตปกครองตนเองของประเทศเดนมาร์ก

ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศจีน จาก King’s College London ประเมินว่า ทั้ง 2 ประเทศ จะลงนามข้อตกลงต่าง ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เห็นได้ชัดว่า “สตาร์เมอร์” เดินทางไปพร้อมกับคณะผู้บริหารธุรกิจกว่า 50 ราย เพื่อแสวงหาข้อตกลงทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลอังกฤษ ภายใต้นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ หันมาใช้นโยบายเสริมสร้างความร่วมมือกับจีน หลังความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศถดถอยมาเป็นระยะเวลาหลายปี ก่อนหน้านี้รัฐบาลพรรคอนุรักษนิยมมีการจำกัดการลงทุนจากจีนบางส่วน และให้เหตุผลเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ.

รวมถึงการแสดงความกังวลต่อการปราบปรามเสรีภาพทางการเมืองในฮ่องกง..!!

นี่คือ..สัญญาณการเริ่มต้นใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างจีน-อังกฤษ ที่เริ่มจากการเมือง เพื่อปูทางสู่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจต่อไป ..!?

Back to top button