ORI ส่งซิก Q2 ฟื้น! เดินหน้าแผน JUMP+ ลุยเปิดโครงการใหม่ มูลค่า 1.94 หมื่นล้าน

ORI ส่งซิกไตรมาส 2/69 ฟื้นตัวต่อเนื่อง รับแรงโอนคอนโดมาร์จิ้นสูง–โครงการ Sold Out หนุนกำไร เดินหน้าแผน JUMP ครึ่งปีหลัง เตรียมเปิดโครงการใหม่ มูลค่า 1.94 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียม โครงการแนวราบ และธุรกิจคลังสินค้า


นางสาวกนกไพลิน วิไลแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและการบัญชีอาวุโส บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 22 พ.ค.69 ว่า ในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 103.47 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,690.20 ล้านบาท เป็นผลมาจากต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการที่มียอดขายแล้วทั้งหมด (Sold Out) อาทิ Origin Place ศิริราช และ Origin Place เพชรเกษม รวมถึงการรับรู้รายได้จากโครงการ Balco ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงระดับ 45-50% ช่วยหนุนความสามารถในการทำกำไรของบริษัท

โดยบริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ในปี 2569-2572 อยู่ที่ประมาณ 34,681 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นโครงการของบริษัทเอง (Own Project) มูลค่า 22,411 ล้านบาท และโครงการร่วมทุน (JV) มูลค่า 12,270 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2569-2572 โดยในปี 2569 คาดว่าจะรับรู้รายได้ประมาณ 12,543 ล้านบาท ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 12,632 ล้านบาทในปี 2570 ขณะที่ปี 2571 คาดว่าจะรับรู้รายได้ราว 7,561 ล้านบาท และทยอยรับรู้เพิ่มเติมอีกประมาณ 1,945 ล้านบาทในปี 2572 ตามแผนการโอนโครงการที่กำหนดไว้

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจ “JUMP” โดยเตรียมเปิดโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มูลค่ารวมประมาณ 19,400 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียม โครงการแนวราบ และธุรกิจคลังสินค้า เพื่อสร้างการเติบโตของยอดขายและรายได้ในระยะถัดไป

สำหรับกลุ่มที่อยู่อาศัยเพื่อขาย บริษัทเตรียมเปิดใหม่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 7,400 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่า 4,200 ล้านบาท และโครงการบ้านจัดสรร 3 โครงการ มูลค่า 3,200 ล้านบาท

ขณะที่กลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์ (Commercial Property) เตรียมเปิดโรงแรมใหม่ 4 แห่ง รวม 762 ห้องพัก คิดเป็นมูลค่ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT Value) ราว 5,915 ล้านบาท รวมถึงโครงการรีเทล 3 แห่ง และอาคารสำนักงาน 1 แห่ง คิดเป็นมูลค่า REIT อีกประมาณ 3,100 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมพัฒนาโครงการศูนย์โลจิสติกส์และคลังสินค้าใหม่อีก 5 โครงการ พื้นที่รวมประมาณ 150,000 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่า REIT ราว 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจและอีคอมเมิร์ซที่ขยายตัวต่อเนื่อง

ด้านธุรกิจคลังสินค้าและโรงแรม บริษัทเน้นกลยุทธ์ Asset-light ผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตรระยะยาว รวมถึงแผนขายสินทรัพย์ (Exit Plan) เพื่อสร้างกระแสเงินสดเพิ่มเติมและลดภาระหนี้ โดยปีนี้ตั้งเป้าขายสินทรัพย์รวม 6 โครงการ คาดสร้างเงินสดเพิ่มเติมประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมทั้งปี 2569 บริษัทคาดว่าไตรมาส 4 จะเป็นช่วงที่ผลประกอบการเติบโตโดดเด่นที่สุดของปี จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ตามแผน Divestment ส่งผลให้สภาพคล่องทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น และสนับสนุนเป้าหมายการลดอัตราหนี้สินต่อทุน (IBD/E Ratio) ลงสู่ระดับ 1.2 เท่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า

Back to top button