BANPU บาทแข็งทำขาดทุน

เป็นที่รู้กันว่า ตอนนี้บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ควบรวมกับลูก


เป็นที่รู้กันว่า ตอนนี้บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ควบรวมกับลูก บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP เพื่อเพิ่มความคล่องตัว เดินหน้าสร้างการเติบโตในอนาคต…ซึ่งขั้นตอนก็ดำเนินการไปตามไทม์ไลน์ แต่ยังไม่แล้วเสร็จนะ ยังอยู่ในกระบวนการควบรวม..!!

แต่ระหว่างนี้มาย้อนดูผลงานในรอบปี 2568 ของ BANPU กันหน่อยดีกว่า…โอ้ววแม่เจ้า งบปี 2568 มีตัวเลขขาดทุนสุทธิ 61 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือขาดทุนบักโกรกกว่า  2,024 ล้านบาทเชียวหรือ..!? ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีตัวเลขขาดทุนสุทธิ 24 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 682 ล้านบาท

แต่ถ้าดูแล้วรายได้ก็เพิ่มขึ้นนะ โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 5,278 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า 173,423 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 5,148 ล้านเหรียญสหรัฐ

งั้นไปโดนอะไรมาเนี่ย..??

ดูแล้วคงมีหลายปัจจัยแหละ…แต่ตัวการหลักคงเกิดจากค่าเงินบาทที่แข็งโป๊ก โดยบางช่วงบางจังหวะเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาแตะที่ 30 บาทเสียด้วยซ้ำ ขณะที่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า ตั้งแต่ต้นปี 2568 เงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 9.4% โดย ณ สิ้นปี 2568 ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.5826 บาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ เทียบกับ ณ สิ้นปี 2567 ค่าเงินบาทอยู่ที่ 33.9879 บาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ

นั่นทำให้  BANPU มีตัวเลขขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 144 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 56 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 64% แม้จะเป็นผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการแปลงค่าเงินกู้ยืมที่เป็นสกุลเงินบาทก็เถอะ แต่มันทำให้งบปี 2568 ดูแย่ในสายตานักลงทุน…

นอกจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว ถ้าซูมเข้าไปอีกหน่อย จะเห็นว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเป็นอีกตัวการที่ฉุดงบ BANPU ให้จมดิ่ง ไล่มาตั้งแต่ต้นทุนขายและการให้บริการอยู่ที่ 4,080 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 180 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 5% ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ที่ 247 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 5% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 62 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 16% มาอยู่ที่  441 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ผนวกกับส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่ลดลง 70 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 36% เหลือแค่ 126 ล้านเหรียญสหรัฐ และกำไรสุทธิจากการวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงินที่ลดลง 23 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 20% เหลือ 94 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ขณะที่ค่าภาคหลวงของปี 2568 อยู่ที่ 290 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 39 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 12% แบ่งเป็นค่าภาคหลวงของเหมืองในประเทศอินโดนีเซีย ลดลง 40 ล้านเหรียญสหรัฐ จากราคาถ่านหินที่ลดลง ส่วนค่าภาคหลวงของเหมืองในประเทศออสเตรเลีย ลดลง 3 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปริมาณขายและราคาถ่านหินที่ลดลง ขณะที่ค่าภาคหลวงของเหมืองในประเทศมองโกเลีย อยู่ที่ 4 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการเริ่มดำเนินการผลิต และขายถ่านหินในระหว่างปีเป็นครั้งแรก

จากเหตุผลที่มัดรวมกัน เลยทำให้บรรทัดสุดท้ายของ  BANPU ติดลบหนักหน่วงอย่างที่เห็น…

ทำเอานักลงทุนเกิดอาการเซ็งเป็ดไปตาม ๆ กัน…

แต่แม้งบปี 2568 จะไม่ดี…BANPU ยังอุตส่าห์ควักกำไรสะสมมาจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 18 สตางค์ คิดเป็นดิวิเดนด์ยีลด์ตั้ง 3% เชียวหนา โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 16 เม.ย.นี้ และรับเงินเข้ากระเป๋าในวันที่ 29 เม.ย. 2569

เอาน่า…ต้องให้เวลาเค้าหน่อย หลังจากปรับโครงสร้างแล้วเสร็จ มีความคล่องตัวที่จะไปแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ มากขึ้น…อะไร ๆ ก็น่าจะดีขี้น

แต่ถ้ายังแย่อีก…ก็ช่วยไม่ได้ และคงต้องเผ่นแล้วละโยม..!!

อ้อ…เนื่องจาก BANPU เค้าเป็นบริษัท Worldwide ธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ ในบทความชิ้นนี้เลยต้องอินเตอร์ฯ นิ๊ดดดนึง ขอใช้สกุลเงินเป็นเหรียญสหรัฐ ไม่ได้ใช้สกุลเงินบาทเหมือนที่ผ่าน ๆ มานะเจ้าคะ โปรดรับทราบตามนี้…

…อิ อิ อิ…

Back to top button