
Fund flow เชื่อมั่นหุ้นไทย ยอดถือครองทะลุ 6.11 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในสัญญาณที่สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นไทยได้ชัดเจนที่สุด คือพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในสัญญาณที่สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นไทยได้ชัดเจนที่สุด คือพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เพราะเงินทุนจากต่างประเทศมักมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางของตลาดหุ้นไทย ทั้งในแง่ของสภาพคล่องและการกำหนดแนวโน้มระยะยาวของตลาด
ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่ามูลค่าการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 6.11 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 คิดเป็นสัดส่วน 37.11% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งหมดของตลาดหุ้นไทย
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าหุ้นไทยยังคงอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนต่างชาติ แม้ในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับความผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจในหลายภูมิภาค
หากย้อนดูแนวโน้มในช่วงหลายปี จะพบว่าการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามสภาวะเศรษฐกิจและกระแสเงินทุนโลก โดยในเดือนธันวาคม 2564 มูลค่าการถือครองอยู่ที่ประมาณ 5.13 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 26.49% ของตลาด ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.02 ล้านล้านบาท หรือ 29.62% ในปี 2565 จากนั้นมีการปรับตัวลงในปี 2566 ก่อนจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในปีถัดมา จนล่าสุดแตะระดับสูงสุดใหม่ที่มากกว่า 6 ล้านล้านบาท
การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการถือครองดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือเสถียรภาพทางการเมืองของไทยหลังการเลือกตั้ง ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ
ขณะเดียวกัน แนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินในบางประเทศก็ทำให้เงินทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่มากขึ้น รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ยังถูกมองว่ามีมูลค่าที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค
อีกปัจจัยสำคัญคือผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่หลายแห่งที่ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ทำให้เกิดแรงดึงดูดจากนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการลงทุนในบริษัทที่มีฐานธุรกิจแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะการซื้อขายสุทธิในปี 2568 จะพบภาพที่ซับซ้อนมากขึ้น เพราะนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวมทั้งปีประมาณ 107,096 ล้านบาท
การขายสุทธินี้เกิดขึ้นในหลักทรัพย์บางประเภท โดยเฉพาะหุ้นที่ถือครองในรูปแบบ Local Shares ซึ่งมีการขายสุทธิประมาณ 190,724 ล้านบาท
ส่วนหนึ่งเป็นการปรับพอร์ตลงทุนระยะสั้น ขณะที่การถือครองใน Foreign Shares มีการขายสุทธิเพียงเล็กน้อยประมาณ 3,467 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนมากกว่าการถอนเงินออกจากตลาดโดยสิ้นเชิง
ในทางกลับกัน สิ่งที่น่าสนใจคือการซื้อสุทธิใน NVDR ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 87,095 ล้านบาท NVDR หรือ Non-Voting Depository Receipt เป็นเครื่องมือที่นักลงทุนต่างชาติใช้ลงทุนในหุ้นไทยโดยไม่ต้องถือสิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น การเพิ่มขึ้นของการลงทุนใน NVDR จึงสะท้อนถึงความต้องการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในเชิงการเงินมากกว่าการมีส่วนร่วมในโครงสร้างการบริหารของบริษัท
เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ
แม้จะมีช่วงเวลาที่เกิดแรงขายจากการปรับพอร์ตหรือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แต่การที่มูลค่าการถือครองยังคงเพิ่มขึ้นจนทำสถิติใหม่ แสดงให้เห็นว่านักลงทุนต่างชาติยังมองเห็นศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและบริษัทจดทะเบียนในระยะยาว
ในโลกของการลงทุน เงินทุนต่างชาติถือเป็นเหมือน “กระจกสะท้อนความเชื่อมั่น” ต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศ หากเงินทุนยังคงอยู่และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ก็หมายความว่านักลงทุนระดับโลกยังคงมองเห็นโอกาสในตลาดนั้น สำหรับตลาดหุ้นไทย ตัวเลขการถือครองที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.11 ล้านล้านบาท จึงไม่ใช่เพียงสถิติใหม่ของตลาดทุน แต่ยังเป็นสัญญาณว่าประเทศไทยยังคงมีบทบาทในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก แม้ต้องเผชิญกับการแข่งขันจากตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ ในภูมิภาคก็ตาม
อึ้งย้ง