ชิงประธาน FTI สุดเดือด

วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องเข้าไปเผือกเรื่องของ ส.อ.ท. หลังเพื่อนพ้องที่อยู่ในแวดวงธุรกิจพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้มีการใช้วิธีเกณฑ์คู่ค้าให้เข้ามาเป็นสมาชิกในสภาอุตสาหกรรมฯ


วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องเข้าไปเผือกเรื่องของ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หรือ The Federation of Thai Industries (FTI) หลังเพื่อนพ้องที่อยู่ในแวดวงธุรกิจพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้มีการใช้วิธีเกณฑ์คู่ค้าให้เข้ามาเป็นสมาชิกในสภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อทำให้ฝั่งของตัวเองมีคะแนนเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างมากในแวดวงธุรกิจนะจะบอกให้

เนื่องจากคนที่กระโดดเข้ามาชิงประธานในอดีตที่ผ่านมา ล้วนเป็นคนที่มากประสบการณ์ และมีฝีมือในการบริหารธุรกิจทั้งนั้น รวมทั้งเข้ามาช่วยงานในสภาอุตสาหกรรมฯ เป็นเวลาหลายปี จนผู้ประกอบการส่งเสียงเชียร์ให้เข้ามานั่งเป็นประธาน เพราะเห็นแล้วว่า การเข้ามานั่งในตำแหน่งดังกล่าวจะช่วยยกระดับธุรกิจของคนไทยให้เข็มแข็งยิ่งขึ้น ส่งผลให้สภาอุตสาหกรรมมีบทบาทในการพัฒนาประเทศเจ้าค่ะ

น่าเสียดายที่ในยุคนี้การเลือกประธานสภาอุตสาหกรรมมีเรื่องทุนใหญ่เข้ามาเป็นแบ็ก จึงทำให้สมาชิกแตกออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน พร้อมกับมีการสาดโคลนใส่กันอย่างดุเดือด ซึ่งเป็นภาพที่คนนอกอย่างอีฉันมองเข้าไปแล้วรู้สึกสังเวชเป็นอย่างมาก และเบื้องหลังที่ทำให้สภาอุตฯ เดินมาถึงจุดนี้ ก็มาจากไอ้โม่งที่ชอบยุให้คนอื่นออกหน้าแทนอย่าง “เฮีย.ส” คอยกำกับบทนั่นเอง

ว่ากันว่า เฮียแกอยากใช้สภาอุตสาหกรรมเป็นบันไดเพื่อไต่เต้าเข้าสู่การเมือง จึงพยายามโน้มน้าวให้แต่ละคนมาเป็นพวกของตน พร้อมกับอ้างว่า มีสมาชิกในสภาอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากที่พร้อมโหวตให้คนที่เฮียหนุนหลังก้าวขึ้นเป็นประธาน แต่สุดท้ายก็พังพาบไม่เป็นท่า ขณะที่ตัวเฮียก็ไม่ได้เกิดบนเส้นทางการเมืองสักที! ขนาดในยุค “ลุงตู่” ที่เรืองรองอำนาจก็ไม่มีใครเรียกเฮียมาช่วยงานสักคนนะนายจ๋า

สำหรับคนที่ลุงเรียกไปช่วยงานที่อีฉันคิดออกมีแค่ “เจ๊น้อง” หรือ “กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” ซึ่งนั่งเป็น รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย และเมื่อย้อนดูประวัติการทำงานที่ผ่านมาจะเห็นว่า เจ๊น้องคลุกคลีกับภาคธุรกิจทั้งในด้านโฆษณา เรื่องพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแ รวมถึงตำแหน่งประธานในบริษัทใหญ่ ๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะถูกโปรโมตให้เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬานะจ๊ะ

ทีนี้ย้อนกลับมาดูไอ้โม่งที่คอยวางแผน เพื่อไล่ดูปฏิบัติการเรียกคู่ค้าเข้ามาเป็นสมาชิก เพื่อเพิ่มฐานเสียงฝั่งของตัวเองนั้น มันเป็นเกมที่โจ่งครึ่มมากเกินไป จนทำให้คู่ค้าบางรายไม่สบายใจอย่างแรง หลังเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมของคนที่กำลังจะมาดำรงตำแหน่งประธาน ส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมามีการพูดถึงเรื่องธรรมาภิบาลถี่ขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้..อีฉันเลยมองว่า จันทร์หน้าที่เป็นวันเลือกตั้งเดือดสุด ๆ แน่นอนค่ะ

สำหรับตัวเต็งที่น่าสนใจเที่ยวนี้คือ “อภิชิต ประสพรัตน์” ซึ่งเป็นประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และกรรมการผู้จัดการ บ.บีสไพพ์ฟิตติ้งฯ อีกรายคือ “ชนะ ภูมี” ที่ปรึกษา บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจับตาดูว่า คะแนนจัดตั้งจะมาแรงเหมือนที่โม้ไว้ขนาดไหน? เพราะอีฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่า ศึกนี้จะเป็นชัยชนะของใคร?..อิอิอิ

ส่วนบรรยากาศการลงทุนก็คงไม่มีอะไรที่ทำให้ “โมนิก้า” รู้สึกตื่นเต้นแต่อย่างใด เพราะภาพที่เห็นมาเกือบเดือนคือ สหรัฐฯ เป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก และชอบเกทับคนอื่นเป็นประจำ อีฉันเลยไม่แน่ใจว่า สงครามจะจบเร็วเหมือนที่พ่อใหญ่ทวีต แถมปัญหาเศรษฐกิจในประเทศก็นับวันจะหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อย ๆ อีฉันถึงมองว่า การยืนปิดที่ระดับ 1,410.39 จุด บวกไป 13.05 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.15 หมื่นล้านบาทเป็นเพียงแค่การรีบาวด์ธรรมดานะจ๊ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button