
นึกถึงโครงการ 2 ล้านล้านฯ
ยังจำได้ไหม? การเสนอร่างพ.ร.บ.กู้ยืมเงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศไทยในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ราวปี 2556 ที่ประเทศไทยหวังใช้เวลาประมาณ 8 ปี (2556-2563) สร้างโครงสร้างพื้นฐานบริบทใหม่ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ
ยังจำได้ไหม? การเสนอร่างพ.ร.บ.กู้ยืมเงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศไทยในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ราวปี 2556 ที่ประเทศไทยหวังใช้เวลาประมาณ 8 ปี (2556-2563) สร้างโครงสร้างพื้นฐานบริบทใหม่ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ
น.ส.พ.ข่าวหุ้นธุรกิจ ร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐกว่า 30 แห่ง ยังได้ร่วมกันจัดงานดินเนอร์ ทอล์ค เมื่อวันพุธที่ 26 มิ.ย. 2556 ณ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ ลาดพร้าว ได้รับเกียรติจากผู้เข้าร่วมงานคับคั่ง แน่นห้องวิภาวดีบอลรูม
วิทยากรผู้ทรงเกียรติในวันนั้น คือดร.วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) บัดนี้ท่านวายชนม์ไปแล้ว และกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในยุคนั้น
เป้าหมายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่โดดเด่น ประกอบด้วย ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีจะลดลงจากปัจจุบันไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 (ปัจจุบันต้นทุนโลจิสติกส์/GDP ประมาณร้อยละ 15.2), สัดส่วนผู้เดินทางระหว่างจังหวัดโดยรถยนต์ส่วนบุคคลจะลดลงจากร้อยละ 59 เป็นร้อยละ 40,
ความเร็วเฉลี่ยของรถไฟขนส่งสินค้า จะเพิ่มขึ้นจาก 39 กม./ชม.เป็น 60 กม./ชม. และความเร็วเฉลี่ยขบวนรถโดยสารเพิ่มขึ้นจาก 60 กม.เป็น 100 กม./ชม., ส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางราง จะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.5 เป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 5, สัดส่วนปริมาณการขนส่งทางนำจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 15 เป็นร้อยละ 19,
ลดความสูญเสียจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท/ปี, สัดส่วนการเดินทางในระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร จะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5 เป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 30, ปริมาณผู้โดยสารรถไฟจะเพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคน-เที่ยว/ปี เป็น 75 ล้านคน-เที่ยว/ปี
และโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง ประกอบด้วย 1)ท่าอาศยานสุวรรณภูมิ-ชลบุรี-พัทยา-ระยอง 2)สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 3)สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และ 4)สายกรุงเทพ-หัวหิน ในอนาคตสามารถต่อเส้นทางไปสุดของแดนในแต่ละทิศทางได้อีก
คาดหมายว่า จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางจากกทม.ไปยังเมืองภูมิภาค ภายในรัศมี 300 กิโลเมตรได้ในระยะเวลาไม่เกิน 90 นาที จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
น่าเสียดาย “วิชั่น” หรือวิสัยทัศน์โครงสร้างพื้นฐานของประเทศครบวงจรทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ที่คิดค้นกันมาตั้งแต่พ.ศ. 2556 ไม่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบให้จัดทำ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีตกการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
โดยอ้างว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการเลี่ยงระบบงบประมาณปกติ ลดบทบาทการตรวจสอบของรัฐสภา ขาดรายละเอียดโครงการที่ชัดเจน ไม่สอดคล้องต่อหลัก “วินัยการเงินการคลัง” และเป็นโครงการที่ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน
ตุลาการบางท่าน (สุพจน์ ไข่มุกด์) ยังถามผู้ถูกร้อง เข้าใจว่าเป็นกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลังยุคนั้นในทำนองว่า “ถนนลูกรังหมดไปหรือยังล่ะ” ในการจะสร้างรถไฟความเร็วสูง
จากวันนั้นถึงวันนี้ เมื่อมาเจอกับแรงกระแทกจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง ทีน้ำมันขาดแคลน ออกจากโรงกลั่นแล้วหลบหายไปเสียที่ไหนก็ไม่รู้ รถต้องเข้าคิวรอเติมน้ำมันตั้งแต่เช้ายันบ่ายหรือรอข้ามคืนก็ยังมี
ผมว่าภาวะเช่นนี้อาจไม่เกิด และหากเกิด เราก็คงจะรับมือได้ดีกว่านี้ หากได้ทำแผนลงทุน 2 ล้านล้านบาท
เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศไทยด้านโครงสร้างพื้นฐาน
เพราะระบบคมนาคมขนส่งหรือโลจิสติกส์ของประเทศ ก็จะเปลี่ยนโฉมหน้าไป จากระบบที่พึ่งพาถนนมาเป็นระบบรางที่ประหยัดต้นทุนได้มากกว่า เร็วกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าทั้งในการขนส่งสินค้าและบรรทุกผู้โดยสาร
สัดส่วนผู้เดินทางระหว่างจังหวัดโดยรถยนต์ส่วนบุคคลก็จะลดลง ไม่เหมือนวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน ที่ผู้ใช้รถต้องใช้วิธีไปตายเอาดาบหน้า เติมน้ำมันได้ปั๊มละ 500 บาท ไม่รู้จะถึงจุดหมายปลายทางเมื่อไหร่ หรือจะต้องจอดตายกลางทางเสียก็ไม่รู้
น่าเสียดาย ไม่ได้ทำรถไฟความเร็วสูง เพราะถนนลูกรังยังไม่หมดไป