
CENTEL แปลงทรัพย์เป็นเงิน(สด)
ดูท่าการทำ Asset Monetization จะกลายเป็นเทรนด์การบริหารการเงินขององค์กรยุคใหม่ไปแล้ว ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ใช่การขายสินทรัพย์ทิ้ง แต่คือการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง
ดูท่าการทำ Asset Monetization (การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน) จะกลายเป็นเทรนด์การบริหารการเงินขององค์กรยุคใหม่ไปแล้ว ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ใช่การขายสินทรัพย์ทิ้ง แต่คือการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง แต่อาจไม่ได้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพ นำมาแปลงเป็นเงินสด โดยที่บริษัทมักจะยังคงสิทธิ์ในการใช้งานสินทรัพย์นั้นต่อไป เช่น การขายแล้วเช่ากลับ (Sale and Leaseback)
ถ้าจำกันได้ ช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา กลุ่มปตท. เพิ่งประกาศทำ Asset Monetization มูลค่า 47,000 ล้านบาทไป ซึ่งทำให้บริษัทลูกทั้งบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ได้เงินสดก้อนโตมาเติมสภาพคล่อง จากการขายหรือให้เช่าระยะยาวทรัพย์สินด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์
ส่วนรายล่าสุดที่ประกาศทำ Asset Monetization เห็นจะเป็นบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ของกลุ่มเซ็นทรัล..!!
แพตเทิร์นของ CENTEL เริ่มจากไฟเขียวให้ Centara Osaka Tokutei Mokutei Kaisha (Centara TMK) ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าที่ CENTEL ถือหุ้นสัดส่วน 53% ขายสินทรัพย์ของโรงแรม ซึ่งประกอบด้วย สิทธิการเช่าที่ดิน อาคารโรงแรม เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ติดตั้ง และอุปกรณ์ (FF&E)
โดยจะมีการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อถือครองสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารโรงแรมขึ้นมา จากนั้นจะขายสิทธิของผู้รับผลประโยชน์ในทรัสต์ (Trust beneficiary right) ให้กับ Osaka Namba Investors Godo Kaisha ซึ่งจะมีมูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน 38,500 ล้านเยน หรือประมาณ 8,008 ล้านบาท
สเต็ปถัดมาจะให้บริษัทลูกที่ชื่อ Centara Osaka Japan Kabushiki Kaisha (Centara KK) เช่ากลับสินทรัพย์ดังกล่าว เพื่อดำเนินกิจการโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า หรือ Sale and Leaseback นั่นเอง แล้วหลังจากเสร็จสิ้นการจัดตั้งกองทรัสต์ และขายสิทธิของผู้รับผลประโยชน์ในทรัสต์แล้ว Centara TMK ก็จะมีการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้น และปิดบริษัทไป
เอ๊ะ…นั่นเท่ากับว่า สิ่งที่ CENTEL จะได้จากการทำ Asset Monetization ในครั้งนี้ ถึง 2 ต่อด้วยกัน..!!
ต่อแรก…จะได้เงินปันผลตามสัดส่วนการถือหุ้น 53% ใน Centara TMK
ส่วนอีกต่อ ได้สิทธิในการเช่าสินทรัพย์เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป ผ่าน Centara KK
งั้นก็ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องน่ะสิ..!!
จะว่าไปการทำ Asset Monetization เป็นท่าถนัดของกลุ่มเซ็นทรัลอยู่แล้ว…หรือใครจะเถียง
จำกันได้บ่..?? เมื่อครั้งที่บริษัทลูกพี่ลูกน้องอย่าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ทุ่มเงินก้อนโต 10,162 ล้านบาท ซื้อหุ้นบริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLAND ในช่วงปี 2561 ซึ่งตอนนั้น GLAND เป็นเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง ที่เป็นไฮไลต์ คือ โครงการเดอะ แกรนด์ พระราม 9, อาคารสำนักงานให้เช่า เดอะ ไนน์ ทาวเวอร์ส, โครงการอาคารสำนักงานยูนิลีเวอร์ เฮ้าส์ และโปรเจกต์ เดอะ ซุปเปอร์ ทาวเวอร์ เป็นต้น
จากนั้นไม่นาน ก็แปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด ด้วยการขายสินทรัพย์บางส่วนที่อยู่ภายใต้ GLAND มูลค่า 7,430 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท หรือ CPNREIT แล้วก็เช่ากลับสินทรัพย์ดังกล่าว…นั่นเท่ากับว่า CPN ได้เงินก้อนโต 7,430 ล้านบาท มาช่วยจ่ายค่าซื้อหุ้น GLAND นะเนี่ย ไม่รวมการทำวิศวกรรมโน่นนี่นั่นอีก
เผลอ ๆ สุดท้ายแล้วCPN อาจไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายสักกะบาทก็ได้นะ…
แหม๊…เป็นการวางหมากทางธุรกิจที่ชาญฉลาดจริง ๆ
กลับมาที่ CENTEL ก็จะมีเงินก้อนโตไว้สำหรับการขยายธุรกิจต่อไป โดยหนึ่งในตลาดเป้าหมายคงหนีไม่พ้นที่ประเทศญี่ปุ่นแหละ ซึ่งมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
มิน่าล่ะ…เมื่อช่วงปลายปี 2568 CENTEL เพิ่งไฟเขียวให้บริษัทลูกที่ชื่อบริษัท เซ็นทารา แมนเนจเม้นท์ เฮดควอเตอร์ จำกัด (CHQ) ร่วมกับพันธมิตร เข้าซื้อ ปรับปรุง และดำเนินธุรกิจโรงแรม Centara Life Osaka ที่ประเทศญี่ปุ่น คิดเป็นเงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น 50% อยู่ที่ 2,651 ล้านเยน
แล้วถ้าให้เดา เชื่อว่า CENTEL และกลุ่มเซ็นทรัล น่าจะเดินเกมแปลงทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อสร้างการเติบโตอีกแน่ ๆ…
เพราะเป็นท่าไม้ตายของกลุ่มนี้ไปแล้ว…ไม่เชื่อก็คอยดูละกัน…
…อิ อิ อิ…