อาลัย ดร.อดิศัย โพธารามิก

ดร.อดิศัย โพธารามิก ภูมิลำเนาเป็นคนอำเภอโพธาราม “แดนคนสวย” ของ จ.ราชบุรีโดยแท้ หลังจบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ เรียนต่อจนจบปริญญาโทมหาวิทยาลัยฮาวาย และปริญญาเอกมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า


ดร.อดิศัย โพธารามิก ภูมิลำเนาเป็นคนอำเภอโพธาราม “แดนคนสวย” ของ จ.ราชบุรีโดยแท้ หลังจบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ เรียนต่อจนจบปริญญาโทมหาวิทยาลัยฮาวาย และปริญญาเอกมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า

เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ย้ายมาเป็นข้าราชการกระทรวงคมนาคม ปี 2525 ลาออกจากราชการมาก่อตั้งบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชันแนล ได้รับฉายา 1 ใน 3 เจ้าพ่อเทเลคอมฯ ทำดาวเทียม TDMA เคเบิลใยแก้วใต้น้ำ โทรศัพท์ต่างจังหวัด 1.5 ล้านเลขหมาย และบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

ชีวิตการเมือง เคยดำรงตำแหน่ง สว.ชุดแต่งตั้ง (ปี 2539-2543) รัฐมนตรีสำนักนายกฯ ดูแลการท่องเที่ยวปี 2543 ในยุคสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย เป็นรัฐมนตรี 2 กระทรวง ๆ ละ 2 ปีในชุดรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร (ปี 2544-2548) เริ่มจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงศึกษาธิการ

ได้ชื่อเป็นรัฐมนตรีที่มีมาดเท่ แต่งตัวเนี้ยบ ดุแต่อ่อนโยน ผลงานโดดเด่นที่สุดอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ในการเจรจาการค้าต่างประเทศ เป็นหัวหอกแนวหน้านโยบาย “ดูอัล แทรคส์” และนโยบายแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรแบบนอกตำรา ที่ทำให้เกษตรกรขายพืชผลได้ราคา

ทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ ดร.อดิศัยไม่เคยกลับบ้านมือเปล่า งานประชุมแบบพหุภาคีทุกครั้ง ดร.อดิศัยจะมีนัดคู่เจรจาแบบทวิภาคีไม่ต่ำกว่า 4-5 มีตติ้ง จำได้ว่าเคยเจรจาต่อกรกับปาสคาลามี่ ผู้ยิ่งใหญ่การค้าแห่งประชาคมยุโรปอย่างถึงพริกถึงขิง

ไปขายข้าวเมืองจีน ก็ขนพ่อค้าข้าวไปเพียบ ประชุมกลางวัน นัดเลี้ยงตอนกลางคืน เลิกงานมาประชุมกันต่อจนดึกดื่น แบ่งปันออเดอร์ขายข้าวให้พ่อค้าไทยเรียบร้อยตั้งแต่ยังไม่ทันขึ้นเครื่องกลับไทย

ปัญหาข้าวหอมมะลิ: ครั้งหนึ่งท่านไปตรวจราชการภาคอีสาน ชาวบ้านมาร้องเรียน “ข้าวหอมมะลิ” ราคาตกเรี่ยราดลงมาถึง 4-5 พันบาท/เกวียน/ตัน รมต.อดิศัยอุทานว่า “อะไรกันวะ ข้าวหอมมะลิปลูกได้แค่อีสานใต้บางจังหวัด ปีหนึ่งปลูกได้ครั้งเดียวและจำกัดปลูกในที่ดอน ผลผลิตน้อยจะตาย แต่ความต้องการมาก ราคาตกได้ยังไง”

จากนั้น จึงได้เกิดนโยบาย 91:9 นั่นคือให้กระทรวงพาณิชย์ประกาศเกณฑ์ข้าวหอมฯ ส่งออกต่างประเทศ จะต้องมีเนื้อข้าวหอมฯ 91 ส่วน ปนข้าวขาวได้ 9 ส่วน ผิดจากนั้น ไม่ถือว่าเป็น “ข้าวหอมมะลิ” พ่อค้าข้าว “วงแตก” พากันไปโอดครวญฟ้องทักษิณถึงทำเนียบฯ สื่อบางส่วนก็ถล่มด่า แต่เจ้ากระทรวงท่าเตียนไม่สน

หลังจากนั้น ราคาข้าวหอมมะลิในท้องตลาด เริ่มขยับราคาสูงขึ้น จาก 4-5 พันเป็น 8 พัน เป็น 9 พัน เป็น 1 หมื่น ยิ่งขยับนโยบายจำนำข้าว เพื่อไม่ให้ข้าวมากองในตลาดช่วงหลังเก็บเกี่ยวใหม่ ราคายิ่งขยับ จำได้ว่าราคาข้าวหอมมะลิขึ้นสูงสุดถึง 1.5 หมื่นบาทในช่วง 2 ปี

นโยบายนี้ก็คือ การเล่นกับ “ดีมานด์-ซัพพลาย” เพราะดีมานด์มี แต่พ่อค้ากดราคารับซื้อจากชาวนาต่ำ แล้วไปปลอมปนข้าวขาวซะ 80-90% จนกลายเป็นข้าวไม่หอมและไม่นุ่ม แล้วแหกตาเป็นข้าวชั้นสูง “หอมมะลิ” เอาไปขายถูกในต่างประเทศ 

หากปล่อยตามยถากรรม “ข้าวหอมมะลิ” ก็คงไม่เป็นข้าวพรีเมียมและเป็นของสูงที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศเฉกเช่นทุกวันนี้

เรื่องของกาแฟ: คนไทยเราดูจะนิยมชมชอบกาแฟผงสำเร็จรูปเนสกาแฟเป็นอันมาก แต่ราคารับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรสมัยนั้นตกต่ำมาก แค่กก.ละ 8-9 บาทเท่านั้น ไม่ใช่ราคารับซื้อ 110-115 บาทเช่นเดี๋ยวนี้ชาวสวนกาแฟต้องร้องทุกข์หรือประท้วงมาทุกปี

ดร.อดิศัยก็เอะใจ! สั่งหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ค้นหาดีมานด์-ซัพพลายกาแฟในประเทศ ค้นพบว่าความต้องการในประเทศมีมากมายกว่า “ซัพพลาย” ในประเทศเป็นอันมาก ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศมาทุกปี

แต่เหตุไฉนราคารับซื้อกาแฟตกต่ำ!

ดร.อดิศัยใช้วิชาการรบนอกตำรา ให้อคส.กว้านรับจำนำราคาสูงกว่าท้องตลาด พอของขาดก็เปิดการระบายในราคาสูงกว่าราคาจำนำ ทำให้ราคาขยับขึ้นจาก 8-9 บาทเป็น 15-20 บาทและ 25 บาทในตอนนั้น ซึ่งไม่ใช่ 115 บาทในตอนนี้

ปัญหา “สต๊อกลม” พืชผลการเกษตรก็แก้ง่ายนิดเดียว ดร.อดิศัยใช้วิธีออกคำสั่งย้ายสต๊อก เดี๋ยวก็รู้ว่ามีลมหรือมีของ แม้จะเป็นการสั่งย้ายแบบสุ่ม แต่ก็สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้หวังกระทำผิดได้ระดับหนึ่ง 

เรื่องราคาผลปาล์ม-มันสำปะหลัง-เงาะ-กระเทียม-หอมแดงตกต่ำ ดร.อดิศัยก็ใช้หลักวิชาเดียวกันคือดีมานด์-ซัพพลาย หากดีมานด์มีซะอย่าง เดี๋ยวราคามาเอง หากรายใหญ่กดราคาก็ต้องหาทางทุบให้เพิ่มราคารับซื้อซะบ้าง

สินค้าบางอย่างที่ล้นตลาดเช่นเงาะก็ขนใส่เครื่องบินซี 130 กองทัพอากาศ ไปแนะนำมิตรประเทศเช่นบังกลาเทศ แอฟริกาให้ประชาชนได้ลิ้มลองบริโภค “ข้าวล้นตลาด” ก็จัดการดูดซัพพลายในประเทศ โดยเพื่อให้ราคาในประเทศขึ้น โดยไปขายข้าวแบบจีทูจีมิตรภาพกับเกาหลีเหนือ เป็นต้น 

ดร.อดิศัยเคยเกริ่นทีเล่นทีจริงว่า ผมมาอยู่ที่นี่ (พาณิชย์) วันหนึ่งต้องมีอย่างน้อย 2 ล้านบาท หากจะรับ แต่ 2 ปีที่ท่านอยู่พาณิชย์ ไม่เคยมีเรื่องพรรค์อย่างว่าเลยแม้แต่น้อย

ขอคารวะแด่ดวงวิญญาณที่จากไปอย่างสุขสงบในวัย 85 ปีครับ

Back to top button