KSS มอง SET สัปดาห์นี้ Sideways Up จับตา PMI-กนง.-ส่งออกไทย ชู BH-GULF-KBANK หุ้นเด่น

บล.กรุงศรี ประเมิน SET สัปดาห์นี้ 22-26 มิ.ย. 69 แกว่ง Sideways Up ให้แนวต้าน 1,592-1,607 จุด แนวรับ 1,558-1,545 จุด มองตลาดผ่านช่วงปรับน้ำหนัก FTSE แล้ว จับตา Flash PMI-ประชุมกนง.-ส่งออกไทย พร้อมชู BH-GULF-KBANK เป็นหุ้นเด่น


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยรายงาน Weekly Outlook ประจำวันที่ 22-26 มิถุนายน 2569 โดยประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideways/Up” พร้อมให้แนวต้านดัชนีที่ระดับ 1,592 จุด และ 1,607 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,558 จุด และ 1,545 จุด ตามลำดับ

ทั้งนี้ KSS มองว่าตลาดหุ้นไทยผ่านช่วงการปรับน้ำหนักดัชนี FTSE Index แล้ว ทำให้ตลาดมีโอกาสกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานมากขึ้น โดยประเด็นสำคัญในสัปดาห์หน้าจะอยู่ที่ตัวเลข Flash PMI ซึ่งคาดว่าภาคการผลิตยังสะท้อนภาพการเร่งตัวของวัฏจักรการลงทุน หรือ CAPEX Cycle ของโลก ขณะที่ฝั่งไทยจะเห็นสัญญาณผ่านตัวเลขส่งออก

นอกจากนี้ สถานการณ์สงครามที่คลี่คลายลง หรือ De-escalation มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. มีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะช่วยให้ทิศทางนโยบายการเงินและการคลังทำงานสอดประสานกันมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไป

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน KSS แนะนำหุ้นธีมการลงทุน ได้แก่ กลุ่มธนาคาร KBANK และ KTB, กลุ่มไฟฟ้า GULF, GPSC, GUNKUL และ WHAUP, กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม AMATA และ WHA, กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง STECON, PYLON และ INSET รวมถึงกลุ่มสื่อสาร ADVANC และ TRUE

ขณะเดียวกัน ยังแนะนำหุ้นธีม De-escalation ที่ราคายังปรับตัวลงลึกเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว CENTEL, MINT และ AOT, กลุ่มโรงพยาบาล BH, กลุ่มเช่าซื้อ MTC และกลุ่มค้าปลีก CPALL

สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ KSS แนะนำ BH, GULF และ KBANK โดยประเมินว่า BH ได้แรงหนุนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่มีฐานลูกค้าตะวันออกกลางสูง ขณะที่ราคาหุ้นยังซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

ส่วน GULF มองว่าผ่านช่วงแรงกดดันจากการปรับน้ำหนัก FTSE แล้ว ขณะที่ภาพหลักยังได้รับแรงหนุนจากการเร่งลงทุน ซึ่งสนับสนุนการเข้าสู่รอบการเติบโตสูงครั้งใหม่ ด้าน KBANK ได้อานิสงส์จากภาพบวกของวัฏจักรการลงทุนโลก และคาดว่าธปท.มีโอกาสมองภาพเศรษฐกิจในเชิงบวกมากขึ้น

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ตัวเลข Flash PMI ภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐฯ และยุโรปในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ซึ่ง KSS คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.0% รวมถึงตัวเลขส่งออกและนำเข้าเดือนพฤษภาคมของไทย ซึ่งคาดว่าส่งออกขยายตัว 14.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และนำเข้าขยายตัว 38%

ขณะที่กำไรตลาดปี 2569 หรือ SET EPS ล่าสุดอยู่ที่ 97.1 บาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน โดยกลุ่มที่มีการปรับประมาณการขึ้น ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์และขนส่ง ส่วนกลุ่มที่ถูกปรับประมาณการลง ได้แก่ เช่าซื้อและท่องเที่ยว

ด้านกระแสเงินทุนต่างชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นมีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นและพันธบัตรรวม 9,015 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไทยมีเงินทุนไหลเข้า 411.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แบ่งเป็นแรงขายหุ้น 14.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และแรงซื้อพันธบัตร 426.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนเงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยอยู่บริเวณ 32.8-32.9 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

Back to top button