
สังคมข่าวหุ้น
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (23 มิ.ย.) ปิดที่ 1,540.90 จุด ลบ 33.23 จุด หรือ -2.11% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 114,176.66 ล้านบาท
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (23 มิ.ย.) ปิดที่ 1,540.90 จุด ลบ 33.23 จุด หรือ -2.11% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 114,176.66 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคบ่ายมีแรงขายออกมาต่อเนื่องทำให้ดัชนีปรับตัวลงลึก ระหว่างวันลงมาต่ำสุดที่ 1,538.69 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจากความกังวลเรื่องเฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย ประกอบกับค่าเงินบาทอ่อนค่า จึงเป็นปัจจัยที่กระทบตลาดโดยรวม โดยช่วงบ่ายมีแรงขายในหุ้นบิ๊กแคปหลายตัว นำโดยหุ้น DELTA ที่ราคาปรับตัวลง 5.37% นอกจากนี้ ก็มีหุ้น PTT, GULF, KBANK, BBL และ TRUE เป็นต้น ขณะที่หุ้นขนาดกลางอย่าง HANA ถูกแรงขายทำกำไรราคาปรับตัวลงแรง 9.43%
ครึ่งหลังปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังเดินหน้าแบบ “K-Shape” คือบางธุรกิจเติบโตดี ขณะที่บางภาคส่วนยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและค่าครองชีพที่สูง แต่ในมุมตลาดทุน ภาพอาจไม่ได้อ่อนแอตามเศรษฐกิจทั้งหมด บล.บัวหลวง ประเมินว่าหุ้นไทยมีโอกาสสร้างจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 3 ก่อนค่อย ๆ ฟื้นตัวในไตรมาส 4 โดยกรณีดีที่สุดอาจขึ้นไปแตะ 1,620 จุด จากแรงหนุนของฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี และการลงทุนรอบใหม่ที่เริ่มกลับมา ธีมลงทุนที่น่าสนใจยังคงเป็นหุ้น Quality Growth ที่มีกำไรเติบโตชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม AI และพลังงานอย่าง GULF กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง KCE กลุ่มค้าปลีกไอทีอย่าง COM7 รวมถึง ERW ที่ได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ขณะที่กลุ่มธนาคารอย่าง KTB, KBANK และ SCB ก็กลับมาอยู่ในเรดาร์นักลงทุน หลังแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยเริ่มลดลง แม้ภาพเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เท่ากันทุกภาคส่วน แต่สำหรับตลาดหุ้น โอกาสการลงทุนยังมีอยู่
ดอกเบี้ยโลกตอนนี้เริ่มขยับเข้าสู่โหมด “ตึงตัว” มากขึ้น จากแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ยังผันผวน ทำให้หลายประเทศยังต้องคุมเข้มนโยบายการเงินต่อเนื่อง แต่สำหรับไทย รอบนี้ตลาดยังมองว่า กนง. วันที่ 24 มิ.ย. 2569 มีแนวโน้ม “คงดอกเบี้ย” ที่ระดับ 1% มากที่สุด ซึ่งมุมมองจาก “อมรเทพ จาวะลา” มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยแบบ “Hawkish Hold” คือไม่ขึ้นไม่ลด แต่ส่งสัญญาณระวังเงินเฟ้อและไม่ผ่อนคลายนโยบายเกินไป เหตุผลหลักคือ เศรษฐกิจไทยยังต้องการแรงพยุง ขณะที่เงินเฟ้อรอบนี้มาจากต้นทุนมากกว่าดีมานด์จริง ด้าน “บุรินทร์ อดุลวัฒนะ” ก็ประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่า ดอกเบี้ยน่าจะ “คงยาวทั้งปี” เพราะยังมีแรงกดจากหนี้ครัวเรือน ความเปราะบางของธุรกิจ และความเสี่ยงในตลาดทุน สรุปคือ กนง. ยังอยู่ในโหมด “ประคองสมดุล” ระหว่างคุมเงินเฟ้อกับพยุงเศรษฐกิจ มากกว่าจะรีบขยับดอกเบี้ยในตอนนี้
ดวงดี