MPJ รุกขยายลานตู้ 28 ไร่ รับ EEC ดึงลงทุน 2.5 หมื่นล้าน ดันดีมานด์โลจิสติกส์โต

MPJ รับโอกาสรัฐไฟเขียวเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ EEC เพิ่ม 4 แห่ง คาดดึงเม็ดเงินลงทุนกว่า 2.56 หมื่นล้านบาท เร่งขยายลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบังอีก 28 ไร่ เพิ่มศักยภาพบริการขนส่ง-คลังสินค้า รองรับฐานผลิตใหม่ หนุนรายได้เติบโตระยะยาว


นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ เปิดเผยว่า บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์จากนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายหลังคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีมติเห็นชอบการประกาศกำหนดเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 4 แห่ง ได้แก่ อีเทค สมาร์ท พาร์ค, นิว ฮอไรซัน ซิตี้, พนัสนิคม และยานยนต์สมัยใหม่ (ปลวกแดง) ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนและการขยายฐานการผลิตของผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับการพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 4 แห่ง คาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 25,664 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานประมาณ 12,700–14,700 อัตรา ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การขนส่งวัตถุดิบเข้าสู่โรงงาน การบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์ การจัดเก็บสินค้า ไปจนถึงการขนส่งสินค้าสำเร็จรูปเพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตและสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง จะช่วยเพิ่มความต้องการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงความต้องการใช้บริการรถขนส่งหัวลากและคลังสินค้า ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างธุรกิจของ MPJ ที่ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร และมีทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมโยงกับพื้นที่อุตสาหกรรมและท่าเรือสำคัญ

“โอกาสของ MPJ อยู่ที่การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การขนส่งวัตถุดิบนำเข้า การบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์ จนถึงการจัดเก็บและขนส่งสินค้าสำเร็จรูป ด้วยทำเลยุทธศาสตร์ในพื้นที่ EEC และบริการที่เชื่อมต่อกัน บริษัทจึงมีความพร้อมรองรับความต้องการของผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนและขยายกำลังการผลิตในพื้นที่ดังกล่าว” นายจีระศักดิ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน MPJ เดินหน้าขยายพื้นที่ลานตู้คอนเทนเนอร์ในโซนแหลมฉบังเพิ่มเติมอีก 28 ไร่ จากปัจจุบันที่มีพื้นที่ให้บริการในทำเลยุทธศาสตร์รวมกว่า 100 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่แหลมฉบังและสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (Inland Container Depot: ICD) ลาดกระบัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์หมุนเวียน และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการตู้สินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม

สำหรับการขยายพื้นที่ดังกล่าว บริษัทมุ่งเพิ่มความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจจากการลงทุนและการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่พื้นที่ EEC โดยเฉพาะความต้องการขนส่งวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปผ่านท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางโลจิสติกส์สำคัญของประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนต่อยอดธุรกิจรถขนส่งหัวลากและคลังสินค้า เพื่อรองรับความต้องการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บสินค้าของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม โดยเน้นการเชื่อมโยงบริการตั้งแต่ลานตู้คอนเทนเนอร์ การขนส่งสินค้า ไปจนถึงการบริหารจัดการคลังสินค้า ภายใต้รูปแบบการให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร (One-Stop Service) เพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนให้แก่ลูกค้า

นายจีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าการขยายเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ EEC จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์ในระยะยาว โดย MPJ จะเดินหน้าเพิ่มศักยภาพการให้บริการและขยายโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับโอกาสจากฐานการผลิตใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตของรายได้อย่างมั่นคงในอนาคต

Back to top button