ใครติดดอยบ้าง?

ก่อนอื่น “โมนิก้า” ขอพูดถึงการเคลื่อนตัวของดัชนีในสัปดาห์นี้สักนิดหนึ่ง เพราะภาพที่เกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นลักษณะ “ขึ้นแรงแล้วซึมลง”


ก่อนอื่น “โมนิก้า” ขอพูดถึงการเคลื่อนตัวของดัชนีในสัปดาห์นี้สักนิดหนึ่ง เพราะภาพที่เกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นลักษณะ “ขึ้นแรงแล้วซึมลง” โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวหลัก ๆ อยู่ในระดับ 1,570-1,630 จุด จึงเชื่อว่า สัปดาห์นี้ก็คงเป็นเช่นนั้นอีก เพราะภาพใหญ่ ๆ ของตลาดหุ้นทั่วโลกไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้นความเชื่อมั่นในการลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนทยอยขายหุ้นออกมาอีกรอบนะจ๊ะ

โดยเรื่องหลักที่มีการพูดถึงบ่อยก็หนีไม่พ้นทิศทางดอกเบี้ย และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเด็นที่มักกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อมีการพูดถึงเรื่องนี้ ขณะเดียวกันก็มีเรื่องราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวขึ้น ซึ่งกลายเป็นตัวเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และเป็นที่มาของคำแนะนำให้นำเลือกเล่นหุ้นรายตัว (Selective Buy) เพื่อลดความเสี่ยงที่ราคาหุ้นจะกระแทกลงแรง หลังหุ้นเก็งกำไรมีแรงขายออกมาเยอะขึ้นค่ะ

ตัวอย่างดังกล่าวดูได้จากหุ้น DELTA เจ้าประจำ! เพราะวันศุกร์ที่ผ่านมาโดนขายทำกำไรท้ายตลาดซะหน้าช้ำ ปิดร่วงลงมาจนกลายเป็นตัวการหลักที่ฉุดดัชนีร่วงลงอย่างเห็นได้ชัด “โมนิก้า” ถึงมองว่า หุ้นตัวนี้เล่นยากขึ้นทุกวัน! เพราะเจ้ามือชอบใช้เป็นเครื่องมือ “ทั้งดัน ทั้งทุบ” ใครคิดจะเข้าตามช่วงนี้ บอกเลยว่าต้องใจแข็งและตาไว เท่านั้นค่ะ!

ขนาดแบงก์ใหญ่สายคอนเซอร์เวทีฟอย่าง BBL ก็ไม่รอดเหมือนกัน หลังจากจ่ายปันผลปุ๊บ แรงขายก็ถล่มปั๊บตามระเบียบ แถมรอบนี้เจอแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงจากนักลงทุนต่างชาติ และสถาบันในประเทศซ้ำเข้าไปอีกดอก ทำให้ราคาทรุดลงมาหลุดแนวรับสั้น ๆ “โมนิก้า” เลยมองว่า ใครที่เก็บปันผลไปแล้ว อาจต้องอดทนรอให้แรงขายสะเด็ดน้ำก่อนนะคะ

เช่นเดียวกับในรายของ KBANK แม้จะพยายามประคองตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คนที่เฝ้าจอทั้งวันจะรู้เลยว่า เจอแรงขายทำกำไรสลับออกมาตลอดทาง! ยิ่งกลุ่มแบงก์โดนความกังวลเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ย และเศรษฐกิจเข้ามากดดัน งานนี้ต่อให้มีข่าวการปรับโครงสร้าง หรือบิ๊กดีลเข้ามาประคอง แต่แรงเทขายของต่างชาติก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องระวังอยู่ดีค่ะ

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้นขวัญใจมหาชนอย่าง CPALL ขึ้นมาทันที เพราะตลาดเริ่มกลับมากังวลเรื่องภาวะค่าครองชีพ และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจไม่ฟื้นตัวหวือหวาอย่างที่คิด ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่ยังทรงตัวในระดับสูง งานนี้รายย่อยที่ยังถือหุ้นอยู่อาจต้องร้องเพลงรอไปก่อน เพราะราคายังขาดแรงดันใหม่ ๆ เข้ามาหนุน ทั้งที่ตอนนี้ราคาค่อนข้างถูก และหุ้นก็ลงมาที่ฐานเก่าก่อนเด้งแล้วนะจ๊ะ

ส่วนสายสตรองอย่าง ADVANC ซึ่งปกติแล้วเป็นหุ้นหลบภัยชั้นดีเวลาตลาดผันผวน แต่รอบนี้กลับโดนนักลงทุนสถาบันใช้กลยุทธ์ “หมุนเงินออก” เพื่อโยกไปพักแถวอื่นก่อน จึงทำให้ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาขยับขึ้นได้ไม่ไกลเหมือนเที่ยวก่อน ๆ แต่ด้วยพื้นฐานของหุ้นที่ยังแน่นเปรี๊ยะ และแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้การย่อลงมาเที่ยวนี้อาจเป็นโอกาสทยอยสะสมของคนที่ชอบหุ้นปันผลดีก็ได้เพคะ

เม้าท์ถึงเรื่อง “พักยก พักตัว” ขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” จำเป็นต้องพูดถึงหุ้นสนามบินแห่งชาติอย่าง AOT เพื่อชี้ให้เห็นการพักฐานสั้น ๆ หลังจากราคาขยับขึ้นมารับข่าวท่องเที่ยวฟื้นตัวไปพอสมควรนั้น ถือเป็นเรื่องปกติของหุ้นที่กำลังรอสตอรี่ใหม่ ๆ และกำลังรอดูกำไรจะมาตามนัดหรือเปล่า?..ถ้าจะพูดให้ง่ายก็คือ นักลงทุนพร้อมใจกัน “ล็อกกำไร” ใส่กระเป๋ากันก่อนตามระเบียบพะยะค่ะ

ปิดท้ายด้วยโรงพยาบาลเอกชนอันดับหนึ่งอย่าง BDMS ที่ราคาหุ้นโดนแรงขายกดดันเป็นช่วง ๆ จนราคาหุ้นขยับขึ้นแรง ๆ ไม่ได้สักที! โดยหนึ่งในประเด็นที่เห็นได้ชัดก็คือ เม็ดเงินในตลาดไหลออกจากหุ้นกลุ่ม Defensive เข้าไปหาหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันแพง งานนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพื้นฐานเปลี่ยน แต่เป็นเรื่องของ “จังหวะเงินไหล” ล้วน ๆ และเป็นที่มาของคำว่า “ลงซื้อ ขึ้นขาย” ซึ่งทำให้ทิศทางของหุ้นอยู่ในลักษณะแกว่งตัวขึ้นแบบช้า ๆ นะนายจ๋า

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button