ขายทิ้งได้เลย?

เหมือนที่ “โมนิก้า” บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า ประเทศไทยติดกับดักโตช้าเป็นเวลาหลายปี จึงทำให้ตลาดหุ้นไทยเป็นแค่ที่พักเงินชั่วคราว ก่อนจะมีการโยกเงินไปยังตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า


เหมือนที่ “โมนิก้า” บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า ประเทศไทยติดกับดักโตช้าเป็นเวลาหลายปี จึงทำให้ตลาดหุ้นไทยเป็นแค่ที่พักเงินชั่วคราว ก่อนจะมีการโยกเงินไปยังตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า โดยมีเรื่องดอกเบี้ยเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นแบบนี้ (จากซื้อ 8 หมื่นล้าน ตอนนี้เหลือแค่ 1.50 หมื่นล้าน)..อีฉันบอกได้เลยว่า นี่เป็นจังหวะที่ควรชิ่งหนีตลาดหุ้นไปก่อน หลังดัชนีทำท่าจะไม่สามารถรักษาฐานแนวรับสุดท้ายที่บริเวณ 1,550 จุดได้นะนายจ๋า!

งานนี้ไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย เพราะแค่ดูท่าทีของเฟดต้องการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่ตามหลอกหลอนไม่เลิก ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงกับหุ้นปันผลของไทยแบบเต็ม ๆ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนช่วยประเมินข้อเท็จจริงที่ว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปีให้ผลตอบแทนที่ระดับ 5.20% โดยมีความเสี่ยงต่ำมาก ๆ ขณะที่หุ้นปันผลให้ผลตอบแทนที่ระดับ 6-8% แต่มีความเสี่ยงสูงกว่าแบบนี้..เป็นคุณจะเลือกอะไรเจ้าคะ

สถานการณ์ข้างต้นถึงอธิบายการรูดลงมาทำโลว์ของวันที่ 1,557.67 จุด ก่อนจะตีกลับขึ้นมาปิดที่ 1,573.01 จุด ลบไป 2.87 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.84 หมื่นล้านบาทได้เป็นอย่างดี ผนวกกับกระแสหุ้น AI ที่มาแรงก่อนหน้านี้ เริ่มมีอาการแผ่วลงอย่างชัดเจน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแรงบวกที่กระทบกับหุ้นไทยเต็ม ๆ “โมนิก้า” ถึงพยายามให้แฟนคลับร้อยเรียงสตอรี่ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร? เพื่อจะได้วางแผนการลงทุนว่า ควรถือหุ้นเท่าไหร่? และถือเงินสดเท่าไหร่? พะยะค่ะ

เหมือนกับในรายของพี่เทพ PTTEP ที่วันนี้ยังยืนหยัดอยู่ที่บริเวณ 155 บาท โดยกลางเดือนที่แล้วขึ้นไปทำไฮไว้ที่ระดับ 157.50 บาท ย่อมเป็นจุดที่นักเล่นต้องประเมินแล้วว่า เที่ยวนี้จะตีกลับขึ้นไปหายอดเดิมได้หรือเปล่า? หลังราคาน้ำมันดิบมันมีแนวโน้มย่อตัวลงมาต่ำร้อยเหรียญ ซึ่งเป็นผลมาจากทรัมป์ประกาศว่า รัสเซีย-ยูเครนหยุดยิงชั่วคราว (พูดเอง เออเอง) และถ้าดูปันผลที่พี่เทพให้ในระดับ 5.63% ควบคู่กันไปแบบนี้..คิดว่า ควรขายไหมคะ

อีกรายที่นักลงทุนต้องกลับไปคิดเป็นการบ้าน “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น HANA หลังแสดงอาการตื้อ ๆ ตัน ๆ เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ก่อนจะยืนปิดที่ระดับ 50.25 บาท ลบไป 2.25 บาท หรือลงไป 4.29% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.28 พันล้านบาท ท่ามกลางสตอรี่กำไรปีนี้โตกระฉูดอย่างแน่นอนแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องของนักลงทุนสถาบันที่เริ่มมองเกมหุ้นต่อจากนี้ไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา เพราะมีเรื่องดอกเบี้ยค้ำคออยู่นะซี

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น KBANK เป็นรายถัดมา เพราะเมื่อดูการอ่อนตัวของราคาหุ้นก่อนหน้านี้ ควบคู่กับความกังวลหนี้เสียพุ่ง และล่าสุดมีการเปรียบเทียบราคาหุ้นขึ้นมาเกือบเท่าบุ๊ก ย่อมเป็นเรื่องที่แฟนคลับต้องคิดว่า หุ้นจะไปต่อไหมในภาวะเช่นนี้ และที่สำคัญคือ ผลตอบแทนจากเงินปันผลวันนี้ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 6% จึงต้องประเมินการยืนปิดที่ 235 บาท บวกไป 4 บาท หรือขึ้นไป 1.73% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.66 พันล้านบาท คุ้มไหมเอ่ย?

ส่วนหุ้นที่บางคนเริ่มพูดว่า ถึงจุดพีกแล้วอย่าง SPRC ก็มีมุมให้คิดอีกเช่นกันว่า การที่หุ้นขึ้นมายืนในระดับ 1.30 เท่าบุ๊ก และกำไรไตรมาส 3 จะโตน้อยกว่าไตรมาส 2 เพราะราคาน้ำมันไม่ได้พุ่งแรงเหมือนเที่ยวก่อน ๆ ส่งผลให้การยืนปิดที่ระดับ 16.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 611 ล้านบาท เหมาะต่อการขายมากกว่าซื้อแบบนี้ มันเป็นช็อตที่ทำให้อีฉันต้องหันไปดูราคาเป้าที่นักวิเคราะห์ให้ไว้บริเวณ 16.70 บาทในทันที..คุณ ๆ ท่าน ๆ มีความเห็นอย่างไรจ๊ะ

ในเมื่อมีเรื่องที่ต้องให้คิดขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” เลยถือโอกาสพูดถึงหุ้น TFG เพื่อชี้ให้เห็นอาการที่หุ้นซึมลงมาเรื่อย ๆ มันมาจากราคาหมูไก่หน้าฟาร์มทรงตัวเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งทำให้นักเล่นอนุมานได้ทันทีว่า กำไรต่อจากนี้จะทรงตัวแน่ ๆ และทำให้ราคาหุ้นในช่วงสามเดือนครึ่งอ่อนตัวลงจากระดับ 11 บาทลงมาต่อเนื่อง จนล่าสุดยืนอยู่ที่บริเวณ 9.05 บาท ท่ามกลาง PBV 2.44 เท่าแบบนี้..ขึ้นไหวเหรอคะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button